ซองมินที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะ ใต้ตึกของคณะ  ...............
         



             " นี่ เป็นอะไรของนาย ทำไมนั่งน่ามุ่ยอย่างนั้น " ชายหนุ่มร่างบางถาม


             " อ๋อ เปล่าครับ ผมแค่คิดอะไรเพลินๆ " 


             " งั้นหรอ อ้อ จริงสิ เห็นดงแฮบอกว่านายกำลังหางานพิเศษเพิ่มอยู่ เป็นไงมั่งล่ะ "


             " อันที่จริงก็ได้แล้วล่ะครับ เมื่อเช้านี่เอง "


             " งานอะไรล่ะ " ชายหนุ่มที่มีลักยิ้มถามขึ้นด้วยท่าทางสงสัย


             " คือคุณลุงที่คอยดูแลผม เค้ามาของร้องให้ช่วยดูแลลูกชายเค้าน่ะครับ "


             " ก็ดีนี่ แล้วทำไมยังทำน่ามุ่ยอยู่อีกล่ะ หรืองานมันหนักมากเลยหรอ "


             " ก็เปล่าหรอกครับ อันที่จริง ผมว่าออกจะสบายซะด้วยซ้ำไป ไม่ได้ต้องคอยเฝ้าอยู่ตลอด ผมจะเข้าไปเมื่อไหร่ก็ได้ ตามตามความสะดวกน่ะครับ เพียงแต่..... " ยังไม่ทันจะพูดต่อ จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนมาจากบันไดด้านหลัง 


              " ย่าห์!! อิทึกทำไมนายถึงลงมาก่อนแล้วปล่อยชั้นไว้ข้างบนคนเดียวล่ะห๊ะ " เด็กหนุ่มร่างบาง หน้าตาสะสวยวิ่งลงบันไดมา อย่างรวดเร็ว 


              " ก็ ชั้นเห็นว่านายกำลังยุ่งนี่นา ชั้นไม่อยากจะให้มีรูปชั้นติดไปด้วยหรอกนะ " อิทึกตอบ ซองมินที่ได้ฟังคำสนทนาของทั้งคู่ก็รู้ทันทีว่า ฮีชอลคงจะโดนพวกแฟนคลับมาขอถ่ายรูปอีกแล้ว


              " ถึงอย่างนั้นก็น่าจะรอกันบ้างสิ ปกตินายไม่เป็นอย่างนี้นี่นา " ฮีชอลพูดพร้อมกับนั่งลงข้างๆ อิทึก " ชั้นเมื่อยน่ะ อยากจะนั่งพักเลยเผลอเดินลงมาก่อน ขอโทษที "


              

              " อะไรกัน แค่นั้นเองน่ะหรอ ถึงกับทิ้งชั้นไว้ รู้มั้ยชั้นต้องเจออะไรบ้าง " ฮีชอลพูดพลางหยิบกระจกที่อยู่ในกระเป๋าขึ้นมาส่อง และตรวจดูความเรียบร้อย


              " อยากเกิดมาหน้าตาดีเองทำไมล่ะ ช่วยไม่ได้ " 


              " อ๊ะ รู้ด้วยหรอเนี่ย ว่ามีเพื่อนน่าตาดี นายควรจะภูมิใจซะด้วยนะ รู้มั้ย " ฮีชอลละสายตาจากกระจก แล้วหันมายิ้มกับอิทึกด้วยท่าทางอารมณ์ดี " 


              " นี่ชั้นพูดอะไรไปงั้นหรอ ชั้นแค่หมายถึงว่าชาติก่อนนายคงทำกรรมไว้เยอะน่ะ เกิดมาเลยต้องมาเจอแต่อะไรอย่างนี้ "


              " พูดอย่างนี้หมายความว่าไง " ฮีชอลถามอย่างมีอารมณ์


              " เปล่าๆ ชั้นหมายถึงกรรมดีน่ะ กรรมดี ที่ทำให้นายน่าตาดี แต่ก็ต้องลำบากยืนเป็นหุ่นให้คนนั้นคนนี้ถ่ายรูป ชั้นแค่เห็นใจในความหน้าตาดีของนายน่ะ กลัวว่านายจะเหนื่อย "


              " งั้นหรอกหรอ งั้นก็แล้วไป นึกว่าอิจฉาชั้นซะอีก " 


              " ชั้นไม่กล้าเอาตัวเองไปเทียบกับนายหรอก หึหึ " พูดจบพลางหันไปทำหน้าล้อเลียนฮีชอลใส่ซองมินที่กำลังกลั้นหัวเราะ 


              " ย่าห์ ชั้นเห็นนะ แอบล้อเลียนชั้นเรอะ นายนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ จริงๆแล้วอิจฉาก็พูดมาถอะ "
    

 
              " พอทีเถอะน่า ซองมินเค้ากำลังกลุ้มใจอยู่นะ "


              " อะไรกันเมื่อกี้ยังแอบหัวเราะ อยู่แหม่บๆ นี่ แล้วพวกนายคุยเรื่องอะไรกันอยู่อ่ะ "    


              " ก็ตอนที่เค้าเล่าอยู่นายดังลงมาขัดจังหวะซะก่อน เลยยังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่น่ะสิ เป็นความผิดของนายรู้มั้ย "


              " นี่ นาย สรุปแล้วจะหาเรื่องชั้นให้ได้เลยใช่มั้ย ห๊ะ "


              " เปล่านี่ " อิทึกตอบพร้อมกับหันไปหาซองมิน " เอาล่ะเล่าต่อกันเถอะ " " นี่ชั้นยังพูดไม่จบนะ สนใจชั้นก่อนสิ " 
              " ฟังซองมินก่อนดีกว่าน่า " " นี่ไม่เอานะ ฟังชั้นก่อนต่างหากล่ะ " ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเถียงกันอยู่นั้น ทงฃฃดงแฮก็เดินเข้ามาพอดี 


              " หวัดดีครับ พี่ "


              " อ่า อื้ม หวัดดี วันนี้มาช้าจังนะนาย " ฮีชอลเลิกสนใจอิทึกแล้วหันไปคุยกับดงแฮแทน ซองมินสังเกตเห็นหน้าของอิทึกที่ แสดงความโล่งใจ จึงแอบยิ้มน้อยๆ
             


               เขาชอบที่จะเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกัน เพราะชอบหาเรื่องมาเถียงกันอยู่บ่อยๆ เวลาที่ฮีชอลเริ่มเอาแต่ใจตัวเองเมื่อไหร่ เขาจะเริ่มหาเรื่องมาต่อว่าอิทึก เพื่อให้เค้าต่อล้อต่อเถียงกับตัวเองทุกครั้ง ถึงแม้สุดท้ายอิทึกจะเป็นฝ่ายยอมให้ฮีชอลอยู่ตลอด ทั้งๆ ที่เรื่องที่ฮีชอลพาลนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองเลยก็ตาม  อิทึกกับฮีชอลนั้นเป็นรุ่นพี่ที่คณะของซองมินกับดงแฮ พวกเขารู้จักกับอีทึก มาก่อนเพราะเคยเรียน ม.ต้น กับ ม.ปลาย ที่เดียวกัน อิทึกนั้นถือเป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆ ของทั้งสองคนเลยก็ว่าได้ เพราะคอยช่วยเหลือพวกเขาในหลายๆ อย่าง แม้แต่งานที่ซองมินทำ ก็อิทึกนี่แหละที่เป็นคนแนะนำให้ เพราะรู้จักกับเจ้าของร้าน และเขาเองก็รู้เรื่องทุกอย่างของซองมินเป็นอย่าง ดี ส่วนฮีชอลนั้น รู้จักกับอิทึกมาตั้งแต่เรียน ม.ปลาย เพราะเคยทำงานพิเศษที่เดียวกัน ทำให้สนิทสนมกัน และยิ่งเห็นว่าต่างคนต่างสนใจในเรื่องเดียวกันยิ่งทำให้คุยกันถูกคอ จนทั้งสองคนสอบติดและได้เรียนที่มหาลัยเดียวกัน พวกเขาอยู่หอเดียวกัน และห้องของพวกเขาก็อยู่ข้างๆ กัน จึงทำให้ไปไหนมาไหนด้วยกันแทบจะตลอดเวลา เรียกว่าต่างคนต่างเป็นคนสนิทของกันและกันเลยก็ว่าได้


               " อ่ะ นี่ ชั้นหามาให้แล้ว " ดงแฮพูดกับซองมินพร้อมกับหยิบกระดาษปึกใหญ่ ออกมาให้ซองมินดู เมื่อซองมินเปิดดูก็พบว่ามันคือ เอกสารการสมัครงานตาม เวปไซด์ที่มีเยอะแยะเต็มไปหมด


               " โอ้โห นี่มันเยอะมากเลยนะเนี่ย นายนี่สุดยอดเลย "  


               " ก็บอกแล้วนี่นาว่าจะช่วยหา "


               " แต่ชั้นมีอะไรจะบอกนายล่ะ คือว่า ชั้นได้งานทำแล้ว "


               " ห๊า ได้ไงกัน งานอะไรของนาย งั้นที่ชั้นทำมาก็เสียเที่ยวน่ะสิ " ดงแฮพูดพลางทำน่ามุ่ยใส่ซองมิน


               " ขอโทษที มันกระทันหันน่ะ เมื่อกี้ชั้นเล่าให้พี่ทึกกี้ฟังแล้ว งั้นเดี๋ยวเล่าใหม่ละกันนะ "


               ซองมินจึงเริ่มตั้งน่าตั้งตาเล่าใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้คนทั้งสามฟัง 


               " โห นี่มันเรื่องใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย แล้วนายจะทำยังไงต่อไปล่ะ "


               " แต่ เด็กนั่นก็ไม่เบาเหมือนกันน้า กล้ากิ๊กับอาจารย์จนถูกพักการเรียน ยอดไปเลย "


               ฮีชอลดูสนุกสนานกับเรื่องสนทนาตรงหน้า ผิดกับซองมิน ที่ไม่เครียดจนไม่รู้จะเครียดยังไงแล้ว


               " แล้วนายจะไปเมื่อไหร่ล่ะ " ดงแฮหันไปถามซองมิน


               " ก็ว่าจะไปเนี่ยแหละ เพราะคาบบ่ายชั้นไม่มีเรียนแล้ว และอีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลางาน ก็เลยว่าจะไปดูซักหน่อย " " ให้ชั้นไปเป็นเพื่อนเอามั้ย " ดงแฮถามด้วยความเป็นห่วง


               " ไม่เป็นไรหรอก ชั้นไปเองได้ แล้วอีกอย่างชั้นไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่อยากเอานายไปลำบากด้วยน่ะ " 


               " งั้นก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ " ดงแฮ ที่ดูเหมือนว่าอยากจะตามไปมากกว่าที่จะพูดประโยคนี้ แต่ก็ไม่อยากขัดใจซองมิน


               " รู้แล้วล่ะน่า งั้นชั้นไปก่อนนะ ไปนะครับพี่ "


               " อืม ระวังตัวน้า " " ระวังตัวดีล่ะ เข้าใจมั้ย " ฮีชอลและอิทึกต่างก็กำชับกำชาซองมินเพราะรู้สึกเป็นห่วง 


               " ครับพี่ แล้วเจอกัน " พูดจบซองมินก็หันหลังให้แล้วเดินจากไป


 

 

 

                        ..............................................++.................................................................

 

 

 

 

                   ซอง มินที่กำลังยืนอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง กำลังก้มลงมองกระดาษในมือเพื่อที่จะดูว่าที่อยู่ตรงกันรึเปล่า ......................
                     

                    " เอาล่ะนะ " เขาพูดให้กำลังใจตัวเองก่อนที่จะเดินไปกดกริ่งที่หน้าบ้าน


                    " เอ๊ ไม่อยู่บ้านรึไงน้า ไหนว่าโดนพักการเรียนไง ออกไปเที่ยวล่ะสิ " ซองมินที่กำลังสองจิตสองใจว่าจะทำยังไงต่อไป จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดออก ทำให้เขาเห็นเจ้าของบ้านที่โผล่แต่หน้าออกมาต้อนรับ 


                    " มาหาใคร " เสียงทุ้มต่ำของเจ้าของบ้านพูดขึ้น


                    " นายคือ คยูฮยอน รึเปล่า "


                    " แล้วนายเป็นใคร " เด็กหนุ่มถามซองมินต่อโดยไม่สนใจกับคำพูดของซองมิน


                    " นายจำชั้นไม่ได้หรอ ชั้นซองมินไง ซองมินที่ชอบมาเล่นกับนายตอนเด็กๆ เวลานายกลับมาที่เกาหลีไง "


                    " ชั้นไม่รู้จักนาย กลับไปซะ " เขาพูดพร้อมกับกระชากประตูปิด ดังปัง! ปล่อยให้ซองมินยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น 


                    " ชั้นรู้หรอกน่า ว่ามันจะเป็นอยางนี้ " ซองมินพูดพร้อมกับเดินไปยังกระถางดอกทิวลิป ที่วางอยู่ใกล้กับประตู พร้อมกับก้มหาอะไรบางอย่าง 


                     " นี่ นายจะไม่เปิดให้ชั้นเข้าไปจริงๆ หรอ " ซองมินตะโกนถามพร้อมกับหยิบกุญแจดอกน้อย ออกมาจากใต้กระถาง และเมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากคนในบ้าน เขาขึงเดินไปแล้วเอากุญแจที่อยู่ในมือ ไขเข้าไปทันที เมื่อเปิดประตูออก เขาจึงก้าวเข้าไปในบ้าน เขารับรู้ได้ ถึงกลิ่นอับจากข้างใน แต่เมื่อเดินเข้าไปถึงห้องรับแขก สภาพที่เห็นกลับทำให้เขาต้องตกตะลึง ....................................


 

-------------------++++++++++++++++------------------------------++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

talk : มาอีกแล้ว อิอิ เชิญอ่านต่อได้เลยค่ะ 
 หุหุหุ อย่าลืมเม้นท์ให้กำลังใจ และติชมนะคะ 
 เอาอีกแล้ว ++++++++





...มะลิ




                    
                    

            

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ห้องของคยูฮยอนเป็นไงอยากรู้ อ่านตอนต่อไปด่วนค่ะ

#1 By Kyousuke on 2009-08-24 15:25