ระบบล็อค ขั้นที่ 2 : เมื่อพบหน้า 1
posted on 16 Aug 2009 03:19 by alizex
ซองมินที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะ ใต้ตึกของคณะ ...............
" นี่ เป็นอะไรของนาย ทำไมนั่งน่ามุ่ยอย่างนั้น " ชายหนุ่มร่างบางถาม
" อ๋อ เปล่าครับ ผมแค่คิดอะไรเพลินๆ "
" งั้นหรอ อ้อ จริงสิ เห็นดงแฮบอกว่านายกำลังหางานพิเศษเพิ่มอยู่ เป็นไงมั่งล่ะ "
" อันที่จริงก็ได้แล้วล่ะครับ เมื่อเช้านี่เอง "
" งานอะไรล่ะ " ชายหนุ่มที่มีลักยิ้มถามขึ้นด้วยท่าทางสงสัย
" คือคุณลุงที่คอยดูแลผม เค้ามาของร้องให้ช่วยดูแลลูกชายเค้าน่ะครับ "
" ก็ดีนี่ แล้วทำไมยังทำน่ามุ่ยอยู่อีกล่ะ หรืองานมันหนักมากเลยหรอ "
"
ก็เปล่าหรอกครับ อันที่จริง ผมว่าออกจะสบายซะด้วยซ้ำไป
ไม่ได้ต้องคอยเฝ้าอยู่ตลอด ผมจะเข้าไปเมื่อไหร่ก็ได้
ตามตามความสะดวกน่ะครับ เพียงแต่..... " ยังไม่ทันจะพูดต่อ จู่ๆ
ก็มีเสียงตะโกนมาจากบันไดด้านหลัง
" ย่าห์!! อิทึกทำไมนายถึงลงมาก่อนแล้วปล่อยชั้นไว้ข้างบนคนเดียวล่ะห๊ะ " เด็กหนุ่มร่างบาง หน้าตาสะสวยวิ่งลงบันไดมา อย่างรวดเร็ว
" ก็
ชั้นเห็นว่านายกำลังยุ่งนี่นา ชั้นไม่อยากจะให้มีรูปชั้นติดไปด้วยหรอกนะ
" อิทึกตอบ ซองมินที่ได้ฟังคำสนทนาของทั้งคู่ก็รู้ทันทีว่า
ฮีชอลคงจะโดนพวกแฟนคลับมาขอถ่ายรูปอีกแล้ว
"
ถึงอย่างนั้นก็น่าจะรอกันบ้างสิ ปกตินายไม่เป็นอย่างนี้นี่นา "
ฮีชอลพูดพร้อมกับนั่งลงข้างๆ อิทึก "
ชั้นเมื่อยน่ะ อยากจะนั่งพักเลยเผลอเดินลงมาก่อน ขอโทษที "
" อะไรกัน แค่นั้นเองน่ะหรอ ถึงกับทิ้งชั้นไว้ รู้มั้ยชั้นต้องเจออะไรบ้าง
" ฮีชอลพูดพลางหยิบกระจกที่อยู่ในกระเป๋าขึ้นมาส่อง และตรวจดูความเรียบร้อย
" อยากเกิดมาหน้าตาดีเองทำไมล่ะ ช่วยไม่ได้ "
" อ๊ะ รู้ด้วยหรอเนี่ย ว่ามีเพื่อนน่าตาดี นายควรจะภูมิใจซะด้วยนะ รู้มั้ย
" ฮีชอลละสายตาจากกระจก แล้วหันมายิ้มกับอิทึกด้วยท่าทางอารมณ์ดี "
" นี่ชั้นพูดอะไรไปงั้นหรอ ชั้นแค่หมายถึงว่าชาติก่อนนายคงทำกรรมไว้เยอะน่ะ เกิดมาเลยต้องมาเจอแต่อะไรอย่างนี้ "
" พูดอย่างนี้หมายความว่าไง " ฮีชอลถามอย่างมีอารมณ์
" เปล่าๆ ชั้นหมายถึงกรรมดีน่ะ กรรมดี ที่ทำให้นายน่าตาดี
แต่ก็ต้องลำบากยืนเป็นหุ่นให้คนนั้นคนนี้ถ่ายรูป
ชั้นแค่เห็นใจในความหน้าตาดีของนายน่ะ กลัวว่านายจะเหนื่อย "
" งั้นหรอกหรอ งั้นก็แล้วไป นึกว่าอิจฉาชั้นซะอีก "
" ชั้นไม่กล้าเอาตัวเองไปเทียบกับนายหรอก หึหึ " พูดจบพลางหันไปทำหน้าล้อเลียนฮีชอลใส่ซองมินที่กำลังกลั้นหัวเราะ
" ย่าห์ ชั้นเห็นนะ แอบล้อเลียนชั้นเรอะ นายนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ จริงๆแล้วอิจฉาก็พูดมาถอะ "
" พอทีเถอะน่า ซองมินเค้ากำลังกลุ้มใจอยู่นะ "
" อะไรกันเมื่อกี้ยังแอบหัวเราะ อยู่แหม่บๆ นี่ แล้วพวกนายคุยเรื่องอะไรกันอยู่อ่ะ "
" ก็ตอนที่เค้าเล่าอยู่นายดังลงมาขัดจังหวะซะก่อน เลยยังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่น่ะสิ เป็นความผิดของนายรู้มั้ย "
" นี่ นาย สรุปแล้วจะหาเรื่องชั้นให้ได้เลยใช่มั้ย ห๊ะ "
" เปล่านี่ " อิทึกตอบพร้อมกับหันไปหาซองมิน " เอาล่ะเล่าต่อกันเถอะ " " นี่ชั้นยังพูดไม่จบนะ สนใจชั้นก่อนสิ "
"
ฟังซองมินก่อนดีกว่าน่า " " นี่ไม่เอานะ ฟังชั้นก่อนต่างหากล่ะ "
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเถียงกันอยู่นั้น ทงฃฃดงแฮก็เดินเข้ามาพอดี
" หวัดดีครับ พี่ "
" อ่า อื้ม หวัดดี วันนี้มาช้าจังนะนาย "
ฮีชอลเลิกสนใจอิทึกแล้วหันไปคุยกับดงแฮแทน ซองมินสังเกตเห็นหน้าของอิทึกที่
แสดงความโล่งใจ จึงแอบยิ้มน้อยๆ
เขาชอบที่จะเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกัน เพราะชอบหาเรื่องมาเถียงกันอยู่บ่อยๆ
เวลาที่ฮีชอลเริ่มเอาแต่ใจตัวเองเมื่อไหร่ เขาจะเริ่มหาเรื่องมาต่อว่าอิทึก
เพื่อให้เค้าต่อล้อต่อเถียงกับตัวเองทุกครั้ง
ถึงแม้สุดท้ายอิทึกจะเป็นฝ่ายยอมให้ฮีชอลอยู่ตลอด ทั้งๆ
ที่เรื่องที่ฮีชอลพาลนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองเลยก็ตาม
อิทึกกับฮีชอลนั้นเป็นรุ่นพี่ที่คณะของซองมินกับดงแฮ พวกเขารู้จักกับอีทึก
มาก่อนเพราะเคยเรียน ม.ต้น กับ ม.ปลาย ที่เดียวกัน
อิทึกนั้นถือเป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆ ของทั้งสองคนเลยก็ว่าได้
เพราะคอยช่วยเหลือพวกเขาในหลายๆ อย่าง แม้แต่งานที่ซองมินทำ
ก็อิทึกนี่แหละที่เป็นคนแนะนำให้
เพราะรู้จักกับเจ้าของร้าน และเขาเองก็รู้เรื่องทุกอย่างของซองมินเป็นอย่าง
ดี ส่วนฮีชอลนั้น รู้จักกับอิทึกมาตั้งแต่เรียน ม.ปลาย
เพราะเคยทำงานพิเศษที่เดียวกัน ทำให้สนิทสนมกัน
และยิ่งเห็นว่าต่างคนต่างสนใจในเรื่องเดียวกันยิ่งทำให้คุยกันถูกคอ
จนทั้งสองคนสอบติดและได้เรียนที่มหาลัยเดียวกัน
พวกเขาอยู่หอเดียวกัน และห้องของพวกเขาก็อยู่ข้างๆ กัน
จึงทำให้ไปไหนมาไหนด้วยกันแทบจะตลอดเวลา
เรียกว่าต่างคนต่างเป็นคนสนิทของกันและกันเลยก็ว่าได้
" อ่ะ นี่ ชั้นหามาให้แล้ว " ดงแฮพูดกับซองมินพร้อมกับหยิบกระดาษปึกใหญ่
ออกมาให้ซองมินดู เมื่อซองมินเปิดดูก็พบว่ามันคือ เอกสารการสมัครงานตาม
เวปไซด์ที่มีเยอะแยะเต็มไปหมด
" โอ้โห นี่มันเยอะมากเลยนะเนี่ย นายนี่สุดยอดเลย "
" ก็บอกแล้วนี่นาว่าจะช่วยหา "
" แต่ชั้นมีอะไรจะบอกนายล่ะ คือว่า ชั้นได้งานทำแล้ว "
" ห๊า ได้ไงกัน งานอะไรของนาย งั้นที่ชั้นทำมาก็เสียเที่ยวน่ะสิ " ดงแฮพูดพลางทำน่ามุ่ยใส่ซองมิน
" ขอโทษที มันกระทันหันน่ะ เมื่อกี้ชั้นเล่าให้พี่ทึกกี้ฟังแล้ว งั้นเดี๋ยวเล่าใหม่ละกันนะ "
ซองมินจึงเริ่มตั้งน่าตั้งตาเล่าใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้คนทั้งสามฟัง
" โห นี่มันเรื่องใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย แล้วนายจะทำยังไงต่อไปล่ะ "
" แต่ เด็กนั่นก็ไม่เบาเหมือนกันน้า กล้ากิ๊กับอาจารย์จนถูกพักการเรียน ยอดไปเลย "
ฮีชอลดูสนุกสนานกับเรื่องสนทนาตรงหน้า ผิดกับซองมิน ที่ไม่เครียดจนไม่รู้จะเครียดยังไงแล้ว
" แล้วนายจะไปเมื่อไหร่ล่ะ " ดงแฮหันไปถามซองมิน
"
ก็ว่าจะไปเนี่ยแหละ เพราะคาบบ่ายชั้นไม่มีเรียนแล้ว
และอีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลางาน ก็เลยว่าจะไปดูซักหน่อย " "
ให้ชั้นไปเป็นเพื่อนเอามั้ย " ดงแฮถามด้วยความเป็นห่วง
" ไม่เป็นไรหรอก ชั้นไปเองได้ แล้วอีกอย่างชั้นไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่อยากเอานายไปลำบากด้วยน่ะ "
" งั้นก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ " ดงแฮ ที่ดูเหมือนว่าอยากจะตามไปมากกว่าที่จะพูดประโยคนี้ แต่ก็ไม่อยากขัดใจซองมิน
" รู้แล้วล่ะน่า งั้นชั้นไปก่อนนะ ไปนะครับพี่ "
" อืม ระวังตัวน้า " " ระวังตัวดีล่ะ เข้าใจมั้ย " ฮีชอลและอิทึกต่างก็กำชับกำชาซองมินเพราะรู้สึกเป็นห่วง
" ครับพี่ แล้วเจอกัน " พูดจบซองมินก็หันหลังให้แล้วเดินจากไป
..............................................++.................................................................
ซอง
มินที่กำลังยืนอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง
กำลังก้มลงมองกระดาษในมือเพื่อที่จะดูว่าที่อยู่ตรงกันรึเปล่า
......................
" เอาล่ะนะ " เขาพูดให้กำลังใจตัวเองก่อนที่จะเดินไปกดกริ่งที่หน้าบ้าน
" เอ๊ ไม่อยู่บ้านรึไงน้า ไหนว่าโดนพักการเรียนไง ออกไปเที่ยวล่ะสิ "
ซองมินที่กำลังสองจิตสองใจว่าจะทำยังไงต่อไป จู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดออก
ทำให้เขาเห็นเจ้าของบ้านที่โผล่แต่หน้าออกมาต้อนรับ
" มาหาใคร " เสียงทุ้มต่ำของเจ้าของบ้านพูดขึ้น
" นายคือ คยูฮยอน รึเปล่า "
" แล้วนายเป็นใคร " เด็กหนุ่มถามซองมินต่อโดยไม่สนใจกับคำพูดของซองมิน
" นายจำชั้นไม่ได้หรอ ชั้นซองมินไง ซองมินที่ชอบมาเล่นกับนายตอนเด็กๆ เวลานายกลับมาที่เกาหลีไง "
" ชั้นไม่รู้จักนาย กลับไปซะ " เขาพูดพร้อมกับกระชากประตูปิด ดังปัง! ปล่อยให้ซองมินยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น
" ชั้นรู้หรอกน่า ว่ามันจะเป็นอยางนี้ "
ซองมินพูดพร้อมกับเดินไปยังกระถางดอกทิวลิป ที่วางอยู่ใกล้กับประตู
พร้อมกับก้มหาอะไรบางอย่าง
" นี่
นายจะไม่เปิดให้ชั้นเข้าไปจริงๆ หรอ "
ซองมินตะโกนถามพร้อมกับหยิบกุญแจดอกน้อย ออกมาจากใต้กระถาง
และเมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากคนในบ้าน
เขาขึงเดินไปแล้วเอากุญแจที่อยู่ในมือ ไขเข้าไปทันที เมื่อเปิดประตูออก
เขาจึงก้าวเข้าไปในบ้าน เขารับรู้ได้ ถึงกลิ่นอับจากข้างใน
แต่เมื่อเดินเข้าไปถึงห้องรับแขก
สภาพที่เห็นกลับทำให้เขาต้องตกตะลึง ....................................
-------------------++++++++++++++++------------------------------++++++++++++++++++++++++
talk : มาอีกแล้ว อิอิ เชิญอ่านต่อได้เลยค่ะ
หุหุหุ อย่าลืมเม้นท์ให้กำลังใจ และติชมนะคะ
เอาอีกแล้ว ++++++++
...มะลิ
#1 By Kyousuke on 2009-08-24 15:25