" คยูฮยอนโทรมา.." ซองมินที่หันมาพูดกับดงแฮ เริ่มมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย

                    " แล้วยังไงล่ะ นายก็รับสิ " ดงแฮบอก ซองมินจึงกดรับโทรศัพท์

                    " ฮะ ฮัลโหล "

                    " นายอยู่ที่ไหน " เสียงของคยูฮยอนดังขึ้น

                    " ชะ ชั้น.....นายมีอะไร "

                    " มีอะไรงั้นหรอ ตอนนี้นายควรจะมาถึงบ้านชั้นแล้วไม่ใช่รึไง  "

                    " ชั้น..ไม่ไปแล้ว " ซองมินพูดเบาๆ

                    " นายว่าอะไรนะ ....นี่นายอยู่ที่ไหน " เค้าเริ่มขึ้นเสียง

                    " ก็ชั้นบอกว่าชั้นไม่ไปแล้วไงล่ะ เลิกยุ่งกับชั้นซะที " สิ้นเสียงซองมิน ทำให้คยูฮยอนถึงกับชะงัก

                    " .....นายก็รู้นี่ ว่าถ้าขึ้นเสียงกับชั้นแล้วมันจะเป็นยังไง ................"

                    " ละ แล้วไงล่ะ ชั้นจะไม่ยอมให้นายทำอย่างนั้นกับชั้นอีกแล้ว "

                    " งั้นหรอ เดี๋ยวได้รู้แน่ว่าได้หรือไม่ได้ ...... ถ้าชั้นเจอนาย "

                    "  นายจะทำอะไร "

                    " แล้วเจอกัน .."

                    " ดะ เดี๋ยวสิ....อ๊ะ " ยังไม่ทันที่ซองมินจะพูดจบ ดงแฮก็ฉวยโทรศัพท์ไปจากมือของเขา

                    " ฮัลโหล " ดงแฮพูดเรียบๆ ทำให้คยูฮยอนที่ยังอยู่ในสายเงียบไปพักนึง

                    " นายเป็นใคร " คยูฮยอนถาม

                    " ชั้นเอง ดงแฮ "

                    " มีอะไรรึไง "

                    " ทำไมนายถึงได้ทำกับซองมินอย่างนี้ ไม่คิดถึงความรู้สึกของซองมินบ้างรึไง "

                    " ไม่เกี่ยวกับนาย "

                    " เกี่ยวสิ เค้าเป็นคนสำคัญของชั้น " ดงแฮพูดด้วยเสียงหนักแน่น

                    " เฮอะ....แล้วนายจะทำอะไรได้..........นายมันก็แค่ไอ้บ้าที่แม้แต่จะบอกรักคน ที่ชอบก็ยังไม่กล้า ได้แต่หยิบฉวยโอกาสตอนที่เค้าอ่อนแอ เพื่อเอามาเป็นของตัวเองเท่านั้นไม่ใช่รึไง " คยูฮยอนพูดเสียงดัง ทำให้ดงแฮถึงกับอึ้ง

                    " นายพูดเรื่องอะไร " ดงแฮถาม

                    " ชั้นได้ยินหมดนั่นแหละ ที่นายพูดกับคิบอมตอนเมา ชั้นรู้ว่านายชอบซองมิน "

                    " นายรู้หรอ "

                    " ใช่ ชั้นรู้ และชั้นก็จะขอบอกนายไว้อย่าง ชั้นไม่มีวันยกซองมินให้นายเด็ดขาด "  คำพูดนั้นทำให้ดงแฮถึงกับฉุน

                    " ทำไมนายถึงได้ชอบพูดเหมือนกับซองมินเป็นสิ่งของอย่างนี้นะ " ดงแฮตะคอก

                    " ก็เพราะว่าซองมินเป็นของเล่นของชั้นน่ะสิ และนายก็ควรจะรู้ไว้ด้วยว่า ของของชั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์มายุ่ง "  ดงแฮยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไรต่อ ทำให้ซองมินแปลกใจ

                    " นายคิดอะไรของนาย " ดงแฮพูดขึ้น

                    " นายว่าอะไรนะ "

                    " ชั้นถามว่านายคิดอะไรของนาย ตัวนายเองคิดยังไงกับซองมินกันแน่ มาทำร้ายความรู้สึกซองมิน เห็นเป็นเรื่องตลกแบบนี้ มันสนุกนักรึไง " แต่ไม่มีเสียงตอบกลับจากคยูฮยอน ดงแฮจึงพูดต่อ

                    " ทั้งๆ ที่ซองมินเค้าชอบนาย ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นาน ทั้งๆ ที่นายเป็นคนอย่างนี้แท้ๆ เค้ากลับมองเห็นด้านดีของนาย นายยังทำกับเค้าเหมือนไม่มีหัวใจ...........ใช่ ชั้นมันแค่ไอ้บ้าคนนึงที่เคยไม่กล้าบอกรักคนที่ชั้นชอบ แต่ตอนนี้ซองมินรู้ทุกอย่างหมดแล้ว แต่นายต่างหากล่ะ คนไร้หัวใจอย่างนาย ความห่วงใยที่ซองมินมีให้ เพียงแค่เศษเสี้ยวนายก็ไม่ควรที่จะได้รับมัน !! .....นาย..มันไม่คู่ควรด้วยซ้ำ " ซองมินที่ยืนฟังอยู่ ถึงกับตกใจ ที่ดงแฮโมโหมากขนาดนี้

                   แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับมาจากคยูฮยอนอยู่ดี...

                    " ว่าไงล่ะ .....นายเคยเข้าใจอะไรบ้างมั้ย ความรู้สึกแบบนี้นายเคยมีบ้างรึเปล่า ความรู้สึกว่าชอบ.ใครซักคนน่ะ รู้มั้ยว่ามันเป็นยังไง ........" ดงแฮพูดด้วยน้ำเสียง เรียบเฉยและเย็นชา

                   " ถึงอย่างนั้น.......มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย  ครึ่กก..." คยูฮยอนตอบกลับมาก่อนที่จะตัดสายไป


                   ดงแฮหันไปมองซองมินที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าอ่อนล้า ......................

                   " มีอะไรงั้นหรอ " ซองมินถามด้วยความเป็นห่วง

                   " ไม่มีอะไรหรอก .....วันนี้เจ้านั่นคงจะไม่มาตามนายถึงที่นี่แล้วล่ะ " ดงแฮบอก

                   " อย่างนั้นหรอ "

                   " นายคิดกับชั้นยังไง ....ซองมิน " ดงแฮหันไปมองหน้าซองมิน และเพระาแสงสลัวๆ จากไฟที่ระเบียง ทำให้เห็นว่าซองมินมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย

                   " อะ ชั้น ชั้น " ซองมินเลิ่กลั่ก

                   " ช่างมันเถอะ .............ชั้นบอกเองนี่นะ ว่านายไม่ต้องรีบตอบอะไรก็ได้ " เขาพูดพร้อมกับเดิินไปที่ซองมินและยื่นโทรศัพท์ให้

                   " ดงแฮ ..........."

                   " ชั้นอาจจะเป็นแค่คนขี้ขลาดที่ฉวยโอกาสตอนที่นายกำลังสับสน เพื่อที่จะได้ให้นายมาเป็นของชั้นอย่างที่เจ้านั่นพูดจริงๆ ก็ได้.......... ทำกับนายเหมือนเป็นสิ่งของ...........ชั้นเองก็คงไม่ต่างอะไรจากมัน ............. " คำพูดนั้นทำให้ซองมินอึ้งไปพักใหญ่ เขายืนมองดูดงแฮ ที่กำลังเดินไปนั่งลงที่ฟูกบนพื้น

                   " นี่มันอะไรกัน จู่ๆ เป็นอะไรไป................"   เขาคิดในใจ


                   -

                   -

                   -

                   -

                   " เป็นอะไรไป ทะเลาะกับใครงั้นหรอ " ชางมินที่นอนอยู่บนโซฟาพูดขึ้น หลังจากเห็นคยูฮยอนวางโทรศัพท์

                   " เปล่า ช่างชั้นเถอะ " คยูฮยอนพูดเบาๆ ก่อนที่จะเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัว

                   " แล้วไหนล่ะ คนที่นายบอกว่าจะมา "

                   " ไม่มาแล้วล่ะ ช่างเถอะ อย่าพูดถึงเลย " เขาตอบพร้อมกับท่าทางหงุดหงิด

                   " อะไรกัน งอนอะไรกันรึไง " ชางมินพูดยิ้มๆ

                   " พูดอะไรของนาย อย่ามาล้อเล่นน่ะ "

                   " ก็คนมันมีอารมณ์ขันนี่หว่า .......จะหงุดหงิดไปถึงไหนวะ " เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง

                   " นายกลับไปได้แล้วไป "

                   " เฮ้ย อะไรของนาย ............ไรฟะ หงุดหงิดนิดหน่อยทำมาลงกับเพื่อนกับฝูง " ชางมินบ่นอุบอิบ

                   " ชั้นจะไปอาบน้ำล่ะ " คยูฮยอนบอก พร้อมกับลุกแล้วเดินขึ้นบันไดไป ทำให้ชางมินที่นั่งอยู่ ถึงกับงง

                   " อะไรของมัน อารมณ์แปรปรวนจริงเชียว "

         





         ...........................................................................................................................................










                  ในห้องพักพนักงาน ของร้านที่ซองมินทำงานพิเศษอยู่....................


                   " นี่ มีอะไรรึไง " คิบอมที่กำลังเก็บของเข้าตู้ล็อคเกอร์หันมาถามซองมินที่ดูท่าทางเหม่อลอย เขากำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่ข้างๆ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา

                   " นี่  เฮ้...ซองมิน ซองมิน " คิบอมพยายามสะกิด

                   " อะ หา มีอะไรหรอ " ซองมินหันมาพูดด้วยท่าทางเหม่อลอย

                   " เป็นอะไรไป สีหน้าดูไม่ดีเลย "

                   " ชั้นแค่กำลังคิดอะไรนิดหน่อยน่ะ " เขาตอบเบาๆ

                   " พวกนายนี่มันอะไรกันน้า เมื่อวานยังเห็นมีความสุขดี แต่พอผ่านไปอีกวันก็กลายเป็นอีกแบบซะงั้น ชั้นล่ะไม่เข้าใจจริงๆ " เค้าพูดพร้อมกับก้มลงไปติดกระดุมต่อ

                   " นี่ คิบอม ... นายว่าชั้นเห็นแก่ตัวมั้ย " ซองมินหันไปถามก่อนจะปิดประตูล็อคเกอร์

                   " อะไรของนาย หมายความว่าไง " คิดบอมทำหน้างงๆ

                   " ก็เรื่องดงแฮไง ตอนที่ชั้นกำลังสับสน แต่พอดงแฮมาบอกรักชั้นมันทำให้ชั้นอุุ่นใจ เลยไม่อยากจะเสียเค้าไป แต่ในใจลึกๆ กลับยังคิดถึงแต่คยูฮยอนอยู่ดี ชั้นมันเห็นแก่ตัวใช่มั้ย "

                   " เดี๋ยวก่อนสิ ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น "

                   " ดงแฮ มาบอกชั้นว่า....เค้าอาจจะกำลังฉวยโอกาสตอนที่ชั้นอ่อนแอ มาบอกรักชั้นเพื่อที่จะให้ชั้นเป็นของเค้า ...............มันก็เลยทำให้ชั้นคิดได้ว่า จริงๆแล้วชั้นเองก็กำลังเอาเปรียบเค้าอยู่เหมือนกัน "

                   " จะว่าไป มันก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นน่ะนะ อ๊ะ..แต่ชั้นไม่ได้หมายความว่านายเห็นแก่ตัวหรอกนะ คนเรามันก็ต้องมีช่วงเวลาแบบนี้บ้างสิ คนที่ทำให้เราสบายใจได้อย่างนั้น เป็นใครก็คงไม่อยากปล่อยไปหรอก "

                   " แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ถ้าชั้นยังปล่อยให้มันคาราคาซังอยู่แบบนี้ สุดท้ายแล้วคนที่เจ็บก็คงจะเป็น ดงแฮ สินะ " ซองมินพูดพร้อมกับนั่งลงที่โซฟา

                   " ถ้าอย่างนั้น.....มันก็อยู่ที่นายแล้วล่ะ " คิบอมพูดเบาๆ

                   -

                   -

                   -

                   -

                   " เฮ้อ อะไรกันเนี่ย มาถึงก็มานั่งอมทุกข์อยู่อย่างนั้น แล้วใครมันจะไปช่วยอะไรได้เล่า " ฮีชอล พูดขึ้นเมื่อเห็นว่า ดงแฮ นั่งเงียบอยู่นานสองนาน

                   " เบาๆ หน่อยสิ นายก็รู้แล้วนี่นาว่าเกิดอะไรขึ้น มาช่วยกันคิดหน่อยสิ " อิทึกพูด

                   " ในเมื่อเจ้าตัวเค้าคิดได้เองแบบนี้ แล้วยังต้องทำอะไรอีก ต่อไปนี้มันก็อยู่ที่พวกนายสองคนนั่นแหละ ว่าจะเอายังไงกัน " ฮีชอลพูดพร้อมกับนั่งลงบนเตียงข้างๆ อิทึก 

                   " แล้วซองมินเค้าว่ายังไงล่ะ " อิทึกถาม แต่ดงแฮเพียงแต่ส่ายหัวเบาๆ ตอบกลับมา

                   " เจ้ากระต่ายนั่น มันคิดอะไรของมันนะ ก็เห็นๆ อยู่ว่าควรจะเลือกใคร " ฮีชอลพูดอย่างหัวเสีย

                   " ไม่เอาน่า " อิทึกบอก " เค้าเองก็รู้จักกันมาก่อน คงจะเคยมีอะไรดีๆ ร่วมกันบ้างแหละ "

                   " ตั้งแต่เด็กเลยเนี่ยนะ เป็นชั้นคงจำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ " ฮีชอลบ่น

                   " นายมันก็เป็นซะอย่างเนี้ย หัดมีความละเอียดอ่อนซะบ้างซี่ "

                   " ช่างชั้นเถอะน่า " ฮีชอลหันไปผลักอิทึก

                   " ถึงเค้าจะตัดสินใจยังไง ผมก็ไม่โทษเค้าหรอกฮะ ตัวผมเองต่างหาก ที่เป็นคนเริ่มเรื่องนี้ " ดงแฮพูดขึ้น หลังจาำกที่เงียบมานาน

                   " มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียวหรอกนะ ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว พวกนายสองคนเองก็ต้องคุยกันจริงๆ จังๆ ได้แล้วล่ะ " อิทึกบอก

                   " ทั้งๆ ที่นายจูบแต่ยังไม่ขัดขืนอย่างนั้น เจ้ากระตายนั่นก็ต้องมีใจให้นายบ้างล่ะน่า ถึงจะไม่ได้พูดว่าคบกันก้เถอะ " ฮีชอลพูดทำให้ดงแฮก้มหน้าลงเล็กน้อย พร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดหน้า

                   " นั่นสิ นายเองก็ลองไปคิดดูละกัน ว่าอยากให้มันเป็นยังไง เวลาที่คุยกันนายจะได้บอกเค้าให้เข้าใจได้ยังไงล่ะ " อิทึกพูดและหันไปมองที่ฮีชอล

                  









                   ............................................................................................................................






             

                      
                    ตื๊ดดดดดดดดดดดด........


                    " ฮัลโหล " ซองมินพูดขึ้นหลังจากกดรับโทรศัพท์

                    " นายเลิกงานรึยัง "

                    " เลิกแล้ว เนี่ย ปิดร้านเพิ่งเสร็จ กำลังจะไปหาอะไรกินกับคิบอม แล้วนายอยู่ไหน ดงแฮ "

                    " ชั้นเพิ่งออกมาจากห้องพี่อิทึกน่ะ " เขาตอบ

                    " งั้นหรอ นายจะมาด้วยกันมั้ยล่ะ กินอะไรรึยัง " ซองมินถามกลับไป ทั้งๆ ที่อยากจะตอบรับใจแทบขาด แต่เพราะความรู้สึกสับสนในตอนนี้ทำให้เ้ค้าต้องปฏิเสธไป

                    " ไม่ล่ะ ไว้คราวหน้าดีกว่า ชั้นแต่โทรมาถามเฉยๆ น่ะ "

                    " แล้วนายจะกลับบ้านเลยใช่มั้ย "

                    " ใช่ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ ซองมิน "

                    " อืม.....แล้วเจอกัน " ซองมินตอบเบาๆ พร้อมกับกดวางโทรศัพท์

                    " นี่ ไม่มีอะไรใช่มั้ย พวกนายดูไม่เหมือนอย่างเคยเลย " คิบอมถามด้วยความกังวล

                    " ไม่หรอก คงไม่เป็นไร "

                    " แล้ววันนี้ไม่ได้คุยกันบ้างรึไง "

                    " วันนี้ดงแฮเค้าไปช่วยงานอาจารย์ข้างนอกน่ะ เลยไม่ได้เจอกัน "

                    " งั้นหรอ ชั้นว่านายควรจะตัดสินใจได้แล้วนะ จะได้คุยกันซะที อยู่อย่างนี้กันต่อไป มีแต่จะห่างเหินกันเปล่าๆ "

                    " นั่นสินะ " ซองมินตอบพร้อมกับเหม่อมองไปที่ถนนข้างหน้า..............................








                   .........................................................................................................................









                    วันต่อมา............................


                     " อ๊ะ นี่ นั่นนายจะไปไหนน่ะ " ชางมินตะโกนถามเมื่อเห็นว่าคยูฮยอนเดินไปอีกทางทั้งๆ ที่พวกเขาต้องเข้าห้องประชุม

                     " ไปธุระนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวชั้นกลับมา ฝากกระเป๋าด้วยละกัน "

                     " นี่ นายจะโดด แล้วไม่พาชั้นไปด้วยรึไง "

                     " รออยู่นั่นแหละน่า " เขาพูดพร้อมกับรีบวิ่งหลบออกไป.....

                         -

                         -

                         -

                         -

                      " อ๊ะ พี่ฮะ วันนี้พี่ก็จะไปด้วยหรอ " ซองมินถามอิทึกที่กำลังเดินออกมาจากห้องอาจารย์พร้อมกับดงแฮ

                      " อืม วันนี้เวรชั้นน่ะ อ่า ดีนะที่วันนี้ไม่หนาวมาก ออกไปแสดงกลางถนนอย่างนั้น มือไม้แข็งเล่นไม่ออกกันพอดี "

                      " นั่นสิฮะ นี่รอบหน้าก็ตาผมแล้วด้วย "ซองมินพูดขึ้น

                      " นายได้ออกไปบ่อยแน่ เพราะรอบหน้าเค้าแบ่งเป็นสองกลุ่มกันแล้ว วิ่งกันวุ่นแน่ " อิทึกพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

                      " นั่นสิ ตอนชั้นอยู่ปีหนึ่งนะ พอแบ่งเป็นสองกลุ่มทีไร อีกลุ่มคนไม่ว่างกันก็ต้องวิ่งไปเล่นแทน เหนื่อยชะมัด " ฮีชอลเริ่มขุดเรื่องราวสมัยปีหนึ่งมาเล่า

                      " ฮะฮะ ก็สนุกดีนี่ฮะ อยากให้ถึงวันงานเร็วๆ จังน้า คงจะสนุกน่าดู "

                      " อีกตั้งสองเดือนแน่ะ กว่าจะถึงงานนิทรรศกาลของมหาลัย ไม่รู้ทำไมจะต้องรีบมาแสดงขายบัตรกันตอนนี้ด้วยนะ " ฮีชอลเริ่มบ่น

                      " ก็มัวแต่ไปรอให้คนเค้ามาซื้อกันเอง มันช้านี่ฮะ บางคนเค้าอาจจะไม่รู้ก็ได้ บอกไว้แต่เนิ่นๆ อย่างนี้ก็ดีออก จะได้ไม่ต้องเรียน  คิกคิก "

                      " ใช่ อีกอย่างเราก็ต้องใช้เงินด้วยนี่นะ ไม่งั้นงานจะยิ่งใหญ่ได้ไง " อิทึกพูดเสริม

                      " พี่ฮะ เค้าจะไปกันแล้วล่ะ " ดงแฮ ที่ยืนอยู่ข้างๆ พุดขึ้น เมื่อเห็นว่าคนอื่นๆ เริ่มขนของกันแล้ว

                      " อืมๆ งั้นไปแล้วนะ พวกนายก็ตั้งใจซ้อมกันล่ะ อ้อ ฮีชอล รอชั้นอยู่ที่โต๊ะเรานะ แล้วค่อยออกไปพร้อมกัน " อิทึกบอกก่อนจะเดินตามคนที่เหลือไป ปล่อยให้ดงแฮยืนมองซองมินอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตามออกไป

                       " เอ้อ รู้แล้วน่า..........." ฮีชอลตะโกนตอบอิทึกก่อนจะหันมาหาซองมิน

                       " นี่...ยังไม่ได้คุยกันอีกรึไง

                       " ยังหรอกฮะ ช่วงนี้ก็ยุ่งๆ กันด้วยแหละ ขอโทษนะฮะ ที่ทำให้พวกพี่เป็นห่วง " เขาหันไปมองหน้าฮีชอล

                       " ไม่หรอกน่า คิดมากไปได้............ อ๋า เมื่อไหร่จะเที่ยงนะเนี่ย ชั้นหิวจะตายอยู่แล้ว ขี้เกียจซ้อมชะมัด " ฮีชอลเริ่มโอดครวญ ท่าทีของเขา ทำให้ซองมินเริ่มยิ้มออก

                       " วันนี้แผนกเราไม่มีเรียนอยู่แล้ว แค่ซ้อมๆ กัน แวบได้อยู่แล้วล่ะฮะ "

                       " นันสินะ งั้นรีบไปซ้อมให้หมดแรงกันเถอะ จะได้กินได้เยอะๆ ไง ฮ่าๆๆๆ " ฮีชอลดูอารมณ์ดีขึ้นมาทันที ซองมินทีเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะตามไปด้วย

                        " อ๊ะ ผมต้องเอาโน๊ตนี่ไปซีร็อกก่อนน่ะฮะ เี่ดี๋ยวคนอื่นๆ จะมาซะก่อน ผมไปนะฮะ " ซองมินพูดจบก็รีบวิ่งไปที่บันไดทันที

                         " เอ้อ เร็วๆ เข้าล่ะ นี่มันจะ 10 โมงแล้ว " ฮีชอลตะโกนไล่ตามหลังไป ก่อนจะเดินเ้ขาห้องซ้อมของแผนก

                         -

                         -

                         -

                         " อ๋า ลืมไปเลยนะเนี่ย ว่าต้องซีร็อกโน๊ตเพลงที่ต้องซ้อม ถืออยู่กับมือแท้ๆ แย่จริง " ซองมินบ่นไปพร้อมกับวิ่งลงไปตามบันได จนไปถึงชั้นสอง ทางที่ต้องเดินไปห้องซีร็อกนั้น อยู่ตรงสุดของทางเดิน  และต้องเดินผ่านห้องเก็บเครื่องดนตรีที่ไม่ใช้แล้ว 

                         " วันนี้เงียบจังแฮะ คนในมหาลัยคงเริ่มซ้อมที่จะแสดงในงานกันอยู่แน่เลย " เขาบ่นพึมพำ จนเดินไปถึงห้องซีร็อก

                                  
                          ซองมินที่กำลังรอให้เครื่องทำงานอยู่นั้น เริ่มคิดถึงภาพของดงแฮที่มองเค้าด้วยท่าทีเศร้าสร้อยก่อนจะเดินจากไป

                          " ชั้นควรจะทำยังไงดีนะ " เค้าเริ่มคิด และก็มีอีภาพแทรกเข้ามา คยูฮยอน

                          ถึงจะไม่อยากทำให้ดงแฮเสียใจ แต่กับคยูฮยอนนั้น ก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้มากว่าของชิ้นนึง ที่ไม่มีค่าอะไร แต่เค้าไม่แน่ใจ ว่าตัวเองรู้สึกกับดงแฮยังไงกันแน่ กลัวว่าจะเป็นแค่ความอ่อนแอของตัวเองเท่านั้น จึงทำให้เผลอตัวไป

                          " นี่ชั้น กำลังทำอะไรอยู่ นายกำลังทำให้คนที่อยู่เคียงข้างนายมาตลอด กำลังเจ้บปวดนะ อา ชั้นจะทำยังไงดี "  ทันใดนั้น กระดาษแผ่นสุดท้ายก็เลื่อนออกมาพอดี เสียงของเครื่องทำให้ซองมินสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มรวบรวมชีทโน๊ตเพลงเหล่านั้นขึ้นมากอดไว้ แล้วปิดเครื่องพร้อมกับเดินออกมา

                          ระหว่างที่กำลังเดินผ่านห้องเก็บเครื่องดนตรีเก่านั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเปิิดประตู  แต่ยังไม่ทันที่จะได้หันไปมอง ก็โดนคนข้างในฉุดแขนเข้าไปซะก่อน ทำให้กองชีทกระจายเกลื่อนเต็มพื้น พร้อมกับเสียงประตูปิดดัง ปัง !!!

                         
ซองมินที่กำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะแรงกระชากทำให้เขาเซและคนที่ดึงเขาก็ล้มลงไปด้วยเช่นกัน

                          " คยูฮยอน !!! " ซองมินเห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน เพราะตัวของเขาโดนคยูฮยอนทับอยู่ เขาพยายามจะลุกแต่ก็โดนคยูฮยอนกดเอาไว้

                          " นายมาที่นี่ได้ยังไง " ซองมินถามพร้อมกับเอามือดันที่อกของเขาเพื่อไม่ให้หน้าเค้าเข้ามาใกล้เกินไป

                          " นายไม่คิดจะโทรกลับหาชั้นบ้างรึไง " คยูฮยอนพูดขึ้น พร้อมกับมองหน้าซองมิน

                          " ทำไมชั้นจะต้องโทรหานาย " เขาพูดพร้อมกับหันไปมองกองกีร์ต้าเก่าๆ ที่วางอยู่บนพรมตรงพื้น

                          " ทำไมดงแฮถึงไปอยู่ที่ห้องนาย ตอนดึกๆ อย่างนั้น "

                          " มันไม่เกี่ยวกับนาย นี่ ปล่อยชั้นซะที " เขาพูดพร้อมกับพยายามดันคยูฮยอนออกไป

                          " นายไม่ชอบชั้นแล้วรึไง " คยูฮยอนถามพร้อมกับสีหน้าเปลี่ยนไป ทำให้ซองมินแปลกใจที่เห็นเค้าเ็ป็นอย่างนั้น

                          " นายเป็นอะไรไป " ซองมินถามเมื่อเห็นว่า คยูฮยอน มีท่าทีแปลกๆ ไม่ดึงดัน และโมโหรุนแรงอย่างเคย แต่เค้าไม่ตอบและยังคงมองหน้าซองมินอยู่อย่างนั้น

                          " นายคบกับดงแฮแล้วอย่างนั้นหรอ "

                          " ปะ เปล่านะ แค่........... " เขาหยุดพูด

                          " มันไม่เกี่ยวอะไรกับนายนี่ ถ้าชั้นจะไปคบใคร มันเป็นสิทธิ์ของชั้นไม่ใช่รึไง " ซองมินพูดพร้อมกับมองตาของคยูฮยอน แต่เค้าหลบสายตาก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

                          " แต่ชั้นไม่อยากให้นายทำอย่างนั้นนี่ ชั้นอยากให้นายเป็นของชั้นคนเดียว " ซองมินรู้สึกร้อนไปถึงใบหูเมือ่ได้ยินอย่างนั้น คยูฮยอนเนี่ยนะ พูดอะไรแบบนี้ ไม่อยากจะเชื่อ เค้าคิดในใจ

                          " นายพูดอะไรกัน  อย่ามา.............." ทันใดนั้นคยูฮยอนก็ก้มลงมาจูบเขาทันที ซองมินถึงกับตกใจ เพราะที่นี่เป็นมหาลัย เขาพยายามดิ้น แต่ไม่เป็นผล

                          คยูฮยอนดูต่างไปมาก เขาจูบซองมินด้วยความนุ่มนวล ไม่เหมือนอย่างเคย ทำให้ซองมินรู้สึกแปลกใจมาก  คยูฮยอนเริ่มกดริมฝีปากลงไป และจูบอย่างดูดดื่ม ห้องเงียบๆ นั้น ทำให้ได้ยินเสียงหายใจหอบๆ ของคนทั้งสองได้อย่างชัดเจน   คยูฮยอนเริ่มใช้ลิ้นสอดเข้าไป และมืออีกข้างก็เริ่มขยับไปที่ขอบกางเกงของซองมิน คยูฮยอนสอดมือเข้าไปสัมผัสใต้ขอบกางเกงนั้น พร้อมกับความหาอะไรบางอย่าง ทำให้ซองมินขนลุกซู่ แต่จู่ๆ คยูฮยอนก็ต้องตกใจ เมื่อซองมินผลักเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างแรง จนคยูฮยอนเซไปชนตู้เก็บของด้านหลัง

                          " เลิกทำอย่างนี้ซะที " ซองมินพุดพร้อมกับรีบลุกขึ้นยืน เขามองไปที่คยูฮยอนที่ยังคงนั่งอยู่ที่พื้น แต่กลับต้องตกใจ เมื่อเห็นสีหน้าของคยูฮยอน

                          " นาย...เป็นอะไร " ซองมินถาม

                          " ขอโทษ จะไม่ทำอีกแล้ว " คยูฮยอนพูดพร้อมกับแสดงสีหน้ารู้สึกผิด สีหน้าที่ซองมินไม่คิดว่าจะได้เห็นจากคยูฮยอน เขาแปลกใจที่ไ้ด้ยินอย่างนั้น เพราะไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน คยูฮยอนมีท่าทีเศร้าๆ และอ่อนแรง พอมองดูดีๆ คยูฮยอนตอนนี้ก็เหมือนเด็กธรรมดาๆ ที่ชอบเอาแต่ใจเท่านั้นเอง  จู่ๆ ซองมินก็รู้สึกสงสารคยูฮยอนขึ้นมาทันที แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่คยูฮยอนเคยทำ กลับทำให้ในใจรู้สึกสับสน

                         " อะ อะไรกัน "  ซองมิินพูดก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้คยูฮยอนอยู่ในห้องนั้นเพียงลำพัง..


                        เขาก้มลงเก็บกองชีทที่กองอยู่เต็มพื้น และหันเข้าไปมองในห้องนั้นอีกครั้ง คยูฮยอนยังคงนั่งก้มหน้าอยู่ที่เดิม ซองมินจึงรีบเดินจากไป ....เขาวิ่งขึ้นบันไดด้วยความเร็วจนไปถึงชั้น 4 ฮีชอลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง พูดขึ้น

                        " อ๋าา นายไปซีร็อกถึงประเทศไหนเนี่ย ถึงได้กลับมาช้าอย่างนี้ " เขาบ่น

                        " ขอโทษทีฮะ พอดีเครื่องมันเป็นอะไรไม่รู้ กว่าจะติดก็ตั้งนาน " เขาพูดโกหกไป

                        " งั้นหรอ งั้นนายก็เอาชีทไปวางไว้ก่อนเถอะ จะได้ไปหาอะไรกินกัน "

                        " เอ๋ ไม่ซ้อมแล้วหรอฮะ "

                        " เจ้าพวกนั้นมันทนรอไม่ไหวน่ะ มันก็ไม่ได้นานอะไรหรอก มันคงจะหิวกันน่ะ ก็ดีแล้วนี่ชั้นเองก็หิว ไปเถอะ จะได้กลับมาซ้อมซะที "

                        " ครับ " ซองมินตอบ พร้อมกับเิดินเอาชีทไปเก็บในห้องซ้อมก่อนจะเดินออกมาและไปโรงอาหารกับฮีชอล

                        -

                        - 
              
                        -

                        -


                        " นี่ เป็นอะไรของนาย นั่งเอาส้อมจิ้มผักอยู่นั่นแหละ ไม่อร่อยรึไง " ฮีชอลหันไปถาม ระหว่างที่นั่งอยู่โรงอาหาร กับกลุ่มเพื่อนในคณะ

                        " อ๋อ เปล่าหรอกฮะ " เขาตอบพร้อมกับก้มหน้าและตักผักชิ้นนั้นเข้าไปในปาก


                         ตื๊ดดดดดดดดดดด....


                         " โอ๊ยย อะไรกันนักกันหนาเชียว คนกำลังกินอยู่แท้ๆ " ฮีชอลบ่นอุบพร้อมกับควานหามือถือในกระเป๋าเป้

                         " ฮัลโหล "

                         " พี่ฮีชอล ผมเองชีวอน " เสียงในสายดังขึ้น

                         " ว่างาย ชั้นกินข้าวอยู่จะพูดอะไรก็รีบๆ พูดมา " เขาบอก

                         " ผมจะโทรมาบอกว่า วันนี้ชมรมเลิกเร็วน่ะฮะ พี่มาซักประมา 4 โมงได้มั้ยครับ "

                         " อืมๆ พวกชั้นก็ว่าจะเข้าไปประมาณนั้นแหละ เพราะกว่าอิทึกจะกลับเข้ามาก็ช่วงนั้นพอดี "

                         " งั้นหรอครับ แล้วพี่กินอะไรอยุ่อ่ะ อ๋าาา ผมหิวจังง่ะ " เขาเริ่มอ้อน

                         " หิวก็ไปกินสิ ใครห้ามไว้รึไง "

                         " ล้อเล่นน่ะฮะ ผมทานเรียบร้อยแล้ว พี่ฮันคยองเค้าเลี้ยงน่ะฮะ "

                         " เดี๋ยวนี้คำก็ฮันคยอง สองคำก็ฮันคยอง ชั้นไม่ใช่พี่สุดที่รักของนายอีกต่อไปแล้วใช่มั้ย "

                         " แหม พี่นี่ล่ะก็ ชอบงอนอยู่เรื่อยเชียว "

                         " เปล๊า ไม่ได้งอนนี่ "

                         " งั้นผมไม่กวนแล้วพี่ทานข้าวต่อเถอะฮะ ผมจะไปเรียนแล้ว "

                         " อืม ตั้งใจเรียนเข้าล่ะ หวัดดี "

                         " ครับ สวัสดีครับ "

                         " ใครกันหรอฮะ " ซองมินพุดขึ้น

                         " ลูกพี่ลูกน้องชั้นน่ะ ที่ชั้นเคยเล่าให้ฟังไง วันนี้ชั้นกับอิทึกต้องไปบ้านเจ้านั่นกัน "

                         " อ๋อ ชีวอนหรอฮะ ถึงว่า...เพราะผมไม่ได้เห็นพี่ฮีชอลคุยโทรศัพท์กับใครมานานแล้ว "

                         " ช่วงนี้เจ้านั่นมันเรียนหนัก แถมกิจกรรมชมรมอีกน่ะ เลยไม่ค่อยได้คุยกันเหมือนเมื่อก่อน..."

                         " งั้นหรอฮะ " ซองมินไม่ถามอะไรอีก ปล่อยให้ฮีชอลนั่งจัดการกับข้าวในจานต่อไป และคิดขึ้นได้ว่า ป่านนี้คยูฮยอนจะออกไปรึยัง แล้วจู่ๆ ซองมินก็นึกถึงใบหน้าของคยูฮยอนที่เห็นเมื่อกี้

                         " ทำหน้าอย่างนั้นเป็นด้วยรึไงนะ...................."









                    ...........................................................................................................................








                        " โอ๊ยย เหนื่อยชะมัด " เสียงของอิทึกดังขึ้น เมื่อเดินเข้ามาใกล้โต๊ะประจำของพวกเขา

                        " แล้วดงแฮล่ะฮะ " ซองมินรีบถามเมื่อเห็นว่าอิทึกเดินมาคนเดียว

                        " อ๋อ กลับไปแล้วล่ะ ....ไม่ต้องห่วงหรอกน่า แค่รีบไปทานข้าวกับที่บ้านเท่านั้นเอง " อิทึกรีบเสริมเมื่อเห็นว่าซองมินมีสีหน้าเป็นกังวล

                        " อย่างนั้นหรอกหรอฮะ "

                        " นี่มันยังไม่ทันจะบ่ายสามเลย ทำไมกลับมาเร็วจังอ่ะ " ฮีชอลถามขึ้น

                        " อ่อ พอดีว่าตั๋วกับคูปองเล่นเกมที่เอาไปขายวันนี้มันหมดเร็วน่ะ เลยไม่รู้จะอยู่ต่อทำไม เก็บแรงไว้เล่นวันอื่นบ้างสิ "

                        " งั้นหรอ เออนี่ เจ้าชีวอนมันโทรมาบอกให้เข้าไปประมาณ 4 โมงน่ะ นายไปหาข้าวกินก่อนไป " ฮีชอลพูดพร้อมกับรับกระเป๋าจากอิทึกมาวางลงข้างๆ

                        " งั้นหรอ ค่อยยังชั่ว จะได้พักซักหน่อย  แล้วพวกนายกินกันแล้วหรอ "

                        " เรียบร้อยกันหมดแล้วล่ะฮะ "

                        " อืมๆ ก็ดี ไม่รอกันบ้างเลย " เขาบ่นพึมพำ

                        " ใครเค้าจะไปรอนายกัน บ่ายแน่ะกว่าจะกลับ พูดมากอยู่ได้ รีบๆ ไปสั่งอะไรมากินซะทีสิ "
             
                        " หงุดหงิดอะไรกัน ชั้นบ่นนิดเดียวเอง " อิทึกพูดก่อนจะเดินไป

                        " พวกพี่นี่พูดดีๆ กันไม่ได้นานเลยจริงๆ นะเนี่ย หึหึ พี่อิทึกน่าสงสารจริงเชียว " ซองมินพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคัก

                        " เป็นห่วงเรื่องของตัวเองเถอะน่า " เมื่อได้ยินอย่างนั้น  ซองมินถึงกับเงียบทันที ทำให้ฮีชอลหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความพอใจ





                        -

                        -

                        -


                         " นี่ มันอยู่ไหนกันนะไอ้สนามบ้าเนี่ย " ฮีชอลพูดขึ้นหลังจากที่เดินรอบวนไปรอบนึงแล้ว แต่ก็ยังหาจุดหมายไม่เจอ

                          " ใจเย็นๆ สิ ลองโทรหาชีวอนดูซิ " อิทึกบอก

                          " แล้วคนในนี้มันไปไหนกันหมดนะ มหาลัยร้างรึไงกัน แต่จะว่าไปมันก็ใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย " ฮีชอลพึมพำ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์ชีวอนและโทรออก สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่โดนตัดสายทิ้งไป

                          " อ๊ะ อะไรกัน "

                          " ทำไมล่ะ มีอะไร " อิทึกหันไปถาม

                          " เจ้าบ้านี่ มันตัดสายชั้นทิ้งน่ะสิ "

                          " เอ่อ....รุ่นพี่ของชีวอนใช่มั้ยครับ " เสียงนึงดังขึ้นมาจากด้านหลังของคนทั้งสอง อิทึกและฮีชอลรีบหันไปมอง ก็เห็นหนุ่มร่างสูงคนนึงยืนยิ้มให้อยู่

                          " ฮีชอล กับ อิทึก ใช่มั้ยครับ " ร่างสูงถามซ้ำ

                          " อ่ะ ใช่ " ฮีชอลตอบกลับไป พร้อมกับนึกในใจว่า เค้าไม่ใช่คนเกาหลีนี่นา เพราะฟังจากสำเนียงมันแปลกๆ

                          " ผมชื่อ ฮันคยองครับ " ร่างสูงบอกกลับมา เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนมีสีหน้าสงสัย

                          " ฮันคยอง อ๋อ รุ่นพี่ที่ชมรมของชีวอนใช่มั้ย หวัดดี ชั้นชื่ออิทึก ส่วนนี่ฮีชอล ลูกพี่ลูกน้องของชีวอน " อิทึกรีบแนะนำตัว เพราะกลัวจะเสียมารยาท พร้อมกับสะกิดฮีชอลที่ยังยืนเอ๋ออยู่

                          " ครับ ผมจำได้ ชีวอนเอารูปให้ดูบ่อยๆ ฮีชอลนี่ดูดีกว่าในรูปซะอีกนะครับ " เขาพูดกับคนทั้งสอง ก่อนจะมองไปทางฮีชอลและยิ้มให้

                          " อ่ะ อ้อ ขอบใจๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะ " ฮีชอลรีบตอบ และคิดในใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ดูดีอย่างนี้ ถึงแม้เวลาพูดจะดูแปลกๆ แต่พอยิ้มแล้วกลับดูเป็นอีกคนไปเลย

                          " แล้วชีวอนไปไหนล่ะ ทำไมถึงให้นายมารับแทน " อิทึกหันไปถามฮันคยอง

                          " เค้าแข่งอยู่น่ะครับ พอดีวันนี้ เก็บคะแนนเพื่อคัดตัวนักกีฬานิดหน่อย เพื่อเอาไปแข่งในกีฬามหาลัยปีนี้น่ะครับ "

                          " อย่างนั้นหรอ ไม่เห็นเค้าบอกเลย ขอบใจมากนะ ลำบากนายจริงๆ "

                          " ไม่หรอกครับ อีกอย่างเค้าคงอยากเซอร์ไพรซ์มั้งครับ ตอนนี้เค้ากำลังเตรียมตัวอยู่ รีบไปกันเถอะครับ " ฮันคยองพูดพร้อมกับ ทำท่าจะเดินไป อิทึกกับฮีชอลจึงก้าวเท้าตาม

                          " แล้วนายไม่แข่งกับเค้ารึไง " ฮีชอลพูดขึ้น ระหว่างที่กำลังเดินลัดเลาะไปตามตึก

                          " อ๋อ ผมเป็นตัวจริงอยู่แล้วน่ะครับ นี่เค้ากำลังคัดคนที่เหลือ ชีวอนเป็นปีหนึ่งคนเดียวที่ได้รับเลือกให้ทดสอบด้วยนะครับ จริงๆ แล้วปีหนึ่งยังไม่มีสิทธิ์ ได้รับคัดเลือกหรอก  " เขาพูดพร้อมกับหันมายิ้มให้คนทั้งสอง


                           " งั้นหรอ " ฮีชอลพูดเบาๆ อิทึกสังเกตุเห็นว่าฮีชอลมีท่าทีแปลกๆ ไป

                           " ปกติไม่ว่ากับใครก็ไม่เห็นจะเกร็งอย่างนี้นี่นา เป็นอะไรของเค้านะ ดูสงบเสงี่ยมจริงเชียว " อิทึกคิิดในใจ ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงเชียร์ดังลั่นมาจากสนาม ทำให้คนทั้งสองยกเว้นฮันคยองรีบหันไปมอง และเห็นว่าทั่วทั้งสนามนั้น เต็มไปด้วยคนดู ทั้งบนอัฒจรรย์ และข้างสนาม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เยอะมากมาย เท่าที่เห็นก็คงจะเป็นแต่คนในมหาลัยเท่านั้น แต่ก็ทำให้รู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที

                           " ถึงว่าสิ ทำไมถึงไม่มีคนอยู่ข้างนอกเลย มารวมกันอยู่นี่หมดนั่นเอง " อิทึกพูดขึ้น

                           " ไปนั่งตรงนู้นดีกว่า " ฮันคยองพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปตรงแถวที่พักนักกีฬา คนทั้งสองจึงรีบตามไป ทำให้ฮีชอลสังเกตเห็นว่า มีการคัดตัวของกีฬาประเภทอื่นนอกจากกระโดดสูงของชีวอนด้วย

                           " คงจะคัดเฉพาะประเภทกรีฑาสินะ " เขาคิดในใจ

                          สักพัก คนทั้งสามก็เดินมาถึง ที่พักของนักกีฬา กระโดดสูง ฮันคยองเชื้อเชิญให้พวกเขานั่งลงที่เก้าอี้ที่เตรียมไว้ให้ แล้วก็ชี้มือให้อิทึกกับฮีชอลมองไปที่สนาม

                           " นั่นไง ชีวอน " อิทึกพูดขึ้น ทำให้ฮีชอลมองตามไป เพราะสายตาของเขาไม่ค่อยดี จึงต้องเพ่งนานกว่าปกติ ถึงจะเห็น

                           " อา จริงด้วย " ฮีชอลพูดเบาๆ เมื่อเห็นว่าน้องชายตัวเล็กในความทรงจำสมัยก่อน ตอนนี้ได้กลายเป็นหนุ่มเต็มตัวไปซะแล้ว

                           ชีวอนยืนวอร์มอัพอยู่ที่ข้างสนาม เขาใส่เสื้อกล้ามสีขาว พร้อมกับติดป้ายชื่อที่หน้าอก และกางเกงกีฬาพอดีตัวสีดำ มันสั้นเลยหัวเข่าขึ้นมามาก ชุดนั้นทำให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงของเขาอย่างชัดเจน

                           " ไม่หนาวรึไงนะ " เขาพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ในใจนึกขำ แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจแทนชีวอนที่กำลังคัดเลือกตัว อยู่เหมือนกัน

                           " เห็นอย่างนี้ก็รู้สึกแปลกๆ นะ เห็นมาตั้งแต่ยังเด็ก ดูสิ เี๋ดี๋ยวนี้เท่ขึ้นจมเลยนะเนี่ย " อิทึกที่พูดด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้ฮีชอล เมื่อเห็นชีวอนในแบบที่ไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก

                           ฮันคยองที่ยืนมองคนทั้งสอง พร้อมกับอมยิ้มเมื่อเห็นว่าอิทึกและฮีชอลนั้นดูตื่นเต้นซะเหลือเกิน แล้วเขาก็เห็นฮีชอลโบกมือไปทางชีวอน พร้อมกับยิ้มกว้าง และชูกำปั้นขึ้นมา และเห็นปากของเขาบอกว่า สู้ๆ ก็ทำให้ฮันคยองหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในความน่ารักของฮีชอล .

                            .............แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงเรียกชื่อของชีวอนดังขึ้น ถึงคิวของเขาแล้ว

                             
                           ชี วอนเดินออกไปที่จุดเตรียมพร้อม เขายืนวอร์มอยู่ซักครู่ จนได้ยินเสียงสันญาณ เขาจึงหันมายิ้มให้คนทั้งสอง พร้อมกับขยิบตา้หนึ่งทีก่อนจะวิ่งออกไป..................................



                          

                         






                              ...............................................................................................................








talk : ฮ่าาๆๆๆ จบไปอีกหนึ่งตอน ขอโทษที่มาอัพช้านะคะ พอดีว่าไม่ไหวจริงๆ ไข้ขึ้นสูงมาก เลยตื่นมาอัพอย่างทีสัญญาไว้ไม่ไหว


     ขอบคุณมากนะคะ สำหรับทุกๆคอมเมนท์ นึกว่าจะไม่มีใครชอบซะแล้ว " แฮมิน " หุห เอาน่ามันก็ต้องลุ้นกันนิดนึงเนาะ เหอๆๆ เอาล่ะค่ะ ขอบคุณที่ติดตามน้่าา เมนท์กันเข้ามาขนาดนี้มีความสุขที่ซู๊ดดเลย อย่างลืมตั้งใจเรียนกันนะคะ เป็นห่วง ไปแล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ

    ( เหอๆๆ พุดคนเดียวอยู่ได้ตั้งนาน มีคนอ่านที่มะลิแพล่มบ้างมั้ยเนี่ย ฮา )

                          




...มะลิ


ู่

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet