ระบบล็อค ขั้นที่ 10 : จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจ 1
posted on 16 Aug 2009 03:35 by alizex
" คยูฮยอนโทรมา.." ซองมินที่หันมาพูดกับดงแฮ เริ่มมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย
" แล้วยังไงล่ะ นายก็รับสิ " ดงแฮบอก ซองมินจึงกดรับโทรศัพท์
" ฮะ ฮัลโหล "
" นายอยู่ที่ไหน " เสียงของคยูฮยอนดังขึ้น
" ชะ ชั้น.....นายมีอะไร "
" มีอะไรงั้นหรอ ตอนนี้นายควรจะมาถึงบ้านชั้นแล้วไม่ใช่รึไง "
" ชั้น..ไม่ไปแล้ว " ซองมินพูดเบาๆ
" นายว่าอะไรนะ ....นี่นายอยู่ที่ไหน " เค้าเริ่มขึ้นเสียง
" ก็ชั้นบอกว่าชั้นไม่ไปแล้วไงล่ะ เลิกยุ่งกับชั้นซะที " สิ้นเสียงซองมิน ทำให้คยูฮยอนถึงกับชะงัก
" .....นายก็รู้นี่ ว่าถ้าขึ้นเสียงกับชั้นแล้วมันจะเป็นยังไง ................"
" ละ แล้วไงล่ะ ชั้นจะไม่ยอมให้นายทำอย่างนั้นกับชั้นอีกแล้ว "
" งั้นหรอ เดี๋ยวได้รู้แน่ว่าได้หรือไม่ได้ ...... ถ้าชั้นเจอนาย "
" นายจะทำอะไร "
" แล้วเจอกัน .."
" ดะ เดี๋ยวสิ....อ๊ะ " ยังไม่ทันที่ซองมินจะพูดจบ ดงแฮก็ฉวยโทรศัพท์ไปจากมือของเขา
" ฮัลโหล " ดงแฮพูดเรียบๆ ทำให้คยูฮยอนที่ยังอยู่ในสายเงียบไปพักนึง
" นายเป็นใคร " คยูฮยอนถาม
" ชั้นเอง ดงแฮ "
" มีอะไรรึไง "
" ทำไมนายถึงได้ทำกับซองมินอย่างนี้ ไม่คิดถึงความรู้สึกของซองมินบ้างรึไง "
" ไม่เกี่ยวกับนาย "
" เกี่ยวสิ เค้าเป็นคนสำคัญของชั้น " ดงแฮพูดด้วยเสียงหนักแน่น
"
เฮอะ....แล้วนายจะทำอะไรได้..........นายมันก็แค่ไอ้บ้าที่แม้แต่จะบอกรักคน
ที่ชอบก็ยังไม่กล้า ได้แต่หยิบฉวยโอกาสตอนที่เค้าอ่อนแอ
เพื่อเอามาเป็นของตัวเองเท่านั้นไม่ใช่รึไง " คยูฮยอนพูดเสียงดัง
ทำให้ดงแฮถึงกับอึ้ง
" นายพูดเรื่องอะไร " ดงแฮถาม
" ชั้นได้ยินหมดนั่นแหละ ที่นายพูดกับคิบอมตอนเมา ชั้นรู้ว่านายชอบซองมิน "
" นายรู้หรอ "
" ใช่ ชั้นรู้ และชั้นก็จะขอบอกนายไว้อย่าง ชั้นไม่มีวันยกซองมินให้นายเด็ดขาด " คำพูดนั้นทำให้ดงแฮถึงกับฉุน
" ทำไมนายถึงได้ชอบพูดเหมือนกับซองมินเป็นสิ่งของอย่างนี้นะ " ดงแฮตะคอก
" ก็เพราะว่าซองมินเป็นของเล่นของชั้นน่ะสิ และนายก็ควรจะรู้ไว้ด้วยว่า
ของของชั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์มายุ่ง "
ดงแฮยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไรต่อ ทำให้ซองมินแปลกใจ
" นายคิดอะไรของนาย " ดงแฮพูดขึ้น
" นายว่าอะไรนะ "
" ชั้นถามว่านายคิดอะไรของนาย ตัวนายเองคิดยังไงกับซองมินกันแน่
มาทำร้ายความรู้สึกซองมิน เห็นเป็นเรื่องตลกแบบนี้ มันสนุกนักรึไง "
แต่ไม่มีเสียงตอบกลับจากคยูฮยอน ดงแฮจึงพูดต่อ
" ทั้งๆ ที่ซองมินเค้าชอบนาย ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นาน ทั้งๆ
ที่นายเป็นคนอย่างนี้แท้ๆ เค้ากลับมองเห็นด้านดีของนาย
นายยังทำกับเค้าเหมือนไม่มีหัวใจ...........ใช่
ชั้นมันแค่ไอ้บ้าคนนึงที่เคยไม่กล้าบอกรักคนที่ชั้นชอบ
แต่ตอนนี้ซองมินรู้ทุกอย่างหมดแล้ว แต่นายต่างหากล่ะ คนไร้หัวใจอย่างนาย
ความห่วงใยที่ซองมินมีให้ เพียงแค่เศษเสี้ยวนายก็ไม่ควรที่จะได้รับมัน !!
.....นาย..มันไม่คู่ควรด้วยซ้ำ " ซองมินที่ยืนฟังอยู่ ถึงกับตกใจ
ที่ดงแฮโมโหมากขนาดนี้
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับมาจากคยูฮยอนอยู่ดี...
" ว่าไงล่ะ .....นายเคยเข้าใจอะไรบ้างมั้ย
ความรู้สึกแบบนี้นายเคยมีบ้างรึเปล่า ความรู้สึกว่าชอบ.ใครซักคนน่ะ
รู้มั้ยว่ามันเป็นยังไง ........" ดงแฮพูดด้วยน้ำเสียง เรียบเฉยและเย็นชา
" ถึงอย่างนั้น.......มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย ครึ่กก..." คยูฮยอนตอบกลับมาก่อนที่จะตัดสายไป
ดงแฮหันไปมองซองมินที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าอ่อนล้า ......................
" มีอะไรงั้นหรอ " ซองมินถามด้วยความเป็นห่วง
" ไม่มีอะไรหรอก .....วันนี้เจ้านั่นคงจะไม่มาตามนายถึงที่นี่แล้วล่ะ " ดงแฮบอก
" อย่างนั้นหรอ "
" นายคิดกับชั้นยังไง ....ซองมิน " ดงแฮหันไปมองหน้าซองมิน
และเพระาแสงสลัวๆ จากไฟที่ระเบียง ทำให้เห็นว่าซองมินมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย
" อะ ชั้น ชั้น " ซองมินเลิ่กลั่ก
" ช่างมันเถอะ .............ชั้นบอกเองนี่นะ ว่านายไม่ต้องรีบตอบอะไรก็ได้
" เขาพูดพร้อมกับเดิินไปที่ซองมินและยื่นโทรศัพท์ให้
" ดงแฮ ..........."
" ชั้นอาจจะเป็นแค่คนขี้ขลาดที่ฉวยโอกาสตอนที่นายกำลังสับสน
เพื่อที่จะได้ให้นายมาเป็นของชั้นอย่างที่เจ้านั่นพูดจริงๆ
ก็ได้..........
ทำกับนายเหมือนเป็นสิ่งของ...........ชั้นเองก็คงไม่ต่างอะไรจากมัน
............. " คำพูดนั้นทำให้ซองมินอึ้งไปพักใหญ่ เขายืนมองดูดงแฮ
ที่กำลังเดินไปนั่งลงที่ฟูกบนพื้น
" นี่มันอะไรกัน จู่ๆ เป็นอะไรไป................" เขาคิดในใจ
-
-
-
-
" เป็นอะไรไป ทะเลาะกับใครงั้นหรอ " ชางมินที่นอนอยู่บนโซฟาพูดขึ้น หลังจากเห็นคยูฮยอนวางโทรศัพท์
" เปล่า ช่างชั้นเถอะ " คยูฮยอนพูดเบาๆ ก่อนที่จะเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัว
" แล้วไหนล่ะ คนที่นายบอกว่าจะมา "
" ไม่มาแล้วล่ะ ช่างเถอะ อย่าพูดถึงเลย " เขาตอบพร้อมกับท่าทางหงุดหงิด
" อะไรกัน งอนอะไรกันรึไง " ชางมินพูดยิ้มๆ
" พูดอะไรของนาย อย่ามาล้อเล่นน่ะ "
" ก็คนมันมีอารมณ์ขันนี่หว่า .......จะหงุดหงิดไปถึงไหนวะ " เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง
" นายกลับไปได้แล้วไป "
" เฮ้ย อะไรของนาย ............ไรฟะ หงุดหงิดนิดหน่อยทำมาลงกับเพื่อนกับฝูง " ชางมินบ่นอุบอิบ
" ชั้นจะไปอาบน้ำล่ะ " คยูฮยอนบอก พร้อมกับลุกแล้วเดินขึ้นบันไดไป ทำให้ชางมินที่นั่งอยู่ ถึงกับงง
" อะไรของมัน อารมณ์แปรปรวนจริงเชียว "
...........................................................................................................................................
ในห้องพักพนักงาน ของร้านที่ซองมินทำงานพิเศษอยู่....................
" นี่ มีอะไรรึไง "
คิบอมที่กำลังเก็บของเข้าตู้ล็อคเกอร์หันมาถามซองมินที่ดูท่าทางเหม่อลอย
เขากำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่ข้างๆ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา
" นี่ เฮ้...ซองมิน ซองมิน " คิบอมพยายามสะกิด
" อะ หา มีอะไรหรอ " ซองมินหันมาพูดด้วยท่าทางเหม่อลอย
" เป็นอะไรไป สีหน้าดูไม่ดีเลย "
" ชั้นแค่กำลังคิดอะไรนิดหน่อยน่ะ " เขาตอบเบาๆ
" พวกนายนี่มันอะไรกันน้า เมื่อวานยังเห็นมีความสุขดี
แต่พอผ่านไปอีกวันก็กลายเป็นอีกแบบซะงั้น ชั้นล่ะไม่เข้าใจจริงๆ "
เค้าพูดพร้อมกับก้มลงไปติดกระดุมต่อ
" นี่ คิบอม ... นายว่าชั้นเห็นแก่ตัวมั้ย " ซองมินหันไปถามก่อนจะปิดประตูล็อคเกอร์
" อะไรของนาย หมายความว่าไง " คิดบอมทำหน้างงๆ
" ก็เรื่องดงแฮไง ตอนที่ชั้นกำลังสับสน
แต่พอดงแฮมาบอกรักชั้นมันทำให้ชั้นอุุ่นใจ เลยไม่อยากจะเสียเค้าไป
แต่ในใจลึกๆ กลับยังคิดถึงแต่คยูฮยอนอยู่ดี ชั้นมันเห็นแก่ตัวใช่มั้ย "
" เดี๋ยวก่อนสิ ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น "
" ดงแฮ มาบอกชั้นว่า....เค้าอาจจะกำลังฉวยโอกาสตอนที่ชั้นอ่อนแอ
มาบอกรักชั้นเพื่อที่จะให้ชั้นเป็นของเค้า
...............มันก็เลยทำให้ชั้นคิดได้ว่า
จริงๆแล้วชั้นเองก็กำลังเอาเปรียบเค้าอยู่เหมือนกัน "
" จะว่าไป มันก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นน่ะนะ
อ๊ะ..แต่ชั้นไม่ได้หมายความว่านายเห็นแก่ตัวหรอกนะ
คนเรามันก็ต้องมีช่วงเวลาแบบนี้บ้างสิ คนที่ทำให้เราสบายใจได้อย่างนั้น
เป็นใครก็คงไม่อยากปล่อยไปหรอก "
"
แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ถ้าชั้นยังปล่อยให้มันคาราคาซังอยู่แบบนี้
สุดท้ายแล้วคนที่เจ็บก็คงจะเป็น ดงแฮ สินะ "
ซองมินพูดพร้อมกับนั่งลงที่โซฟา
" ถ้าอย่างนั้น.....มันก็อยู่ที่นายแล้วล่ะ " คิบอมพูดเบาๆ
-
-
-
-
" เฮ้อ อะไรกันเนี่ย มาถึงก็มานั่งอมทุกข์อยู่อย่างนั้น
แล้วใครมันจะไปช่วยอะไรได้เล่า " ฮีชอล พูดขึ้นเมื่อเห็นว่า ดงแฮ
นั่งเงียบอยู่นานสองนาน
" เบาๆ หน่อยสิ นายก็รู้แล้วนี่นาว่าเกิดอะไรขึ้น มาช่วยกันคิดหน่อยสิ " อิทึกพูด
" ในเมื่อเจ้าตัวเค้าคิดได้เองแบบนี้ แล้วยังต้องทำอะไรอีก
ต่อไปนี้มันก็อยู่ที่พวกนายสองคนนั่นแหละ ว่าจะเอายังไงกัน "
ฮีชอลพูดพร้อมกับนั่งลงบนเตียงข้างๆ อิทึก
" แล้วซองมินเค้าว่ายังไงล่ะ " อิทึกถาม แต่ดงแฮเพียงแต่ส่ายหัวเบาๆ ตอบกลับมา
" เจ้ากระต่ายนั่น มันคิดอะไรของมันนะ ก็เห็นๆ อยู่ว่าควรจะเลือกใคร " ฮีชอลพูดอย่างหัวเสีย
" ไม่เอาน่า " อิทึกบอก " เค้าเองก็รู้จักกันมาก่อน คงจะเคยมีอะไรดีๆ ร่วมกันบ้างแหละ "
" ตั้งแต่เด็กเลยเนี่ยนะ เป็นชั้นคงจำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ " ฮีชอลบ่น
" นายมันก็เป็นซะอย่างเนี้ย หัดมีความละเอียดอ่อนซะบ้างซี่ "
" ช่างชั้นเถอะน่า " ฮีชอลหันไปผลักอิทึก
" ถึงเค้าจะตัดสินใจยังไง ผมก็ไม่โทษเค้าหรอกฮะ ตัวผมเองต่างหาก
ที่เป็นคนเริ่มเรื่องนี้ " ดงแฮพูดขึ้น หลังจาำกที่เงียบมานาน
" มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียวหรอกนะ ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว
พวกนายสองคนเองก็ต้องคุยกันจริงๆ จังๆ ได้แล้วล่ะ " อิทึกบอก
" ทั้งๆ ที่นายจูบแต่ยังไม่ขัดขืนอย่างนั้น
เจ้ากระตายนั่นก็ต้องมีใจให้นายบ้างล่ะน่า ถึงจะไม่ได้พูดว่าคบกันก้เถอะ "
ฮีชอลพูดทำให้ดงแฮก้มหน้าลงเล็กน้อย พร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดหน้า
" นั่นสิ นายเองก็ลองไปคิดดูละกัน ว่าอยากให้มันเป็นยังไง
เวลาที่คุยกันนายจะได้บอกเค้าให้เข้าใจได้ยังไงล่ะ "
อิทึกพูดและหันไปมองที่ฮีชอล
............................................................................................................................
ตื๊ดดดดดดดดดดดด........
" ฮัลโหล " ซองมินพูดขึ้นหลังจากกดรับโทรศัพท์
" นายเลิกงานรึยัง "
" เลิกแล้ว เนี่ย ปิดร้านเพิ่งเสร็จ กำลังจะไปหาอะไรกินกับคิบอม แล้วนายอยู่ไหน ดงแฮ "
" ชั้นเพิ่งออกมาจากห้องพี่อิทึกน่ะ " เขาตอบ
" งั้นหรอ นายจะมาด้วยกันมั้ยล่ะ กินอะไรรึยัง " ซองมินถามกลับไป ทั้งๆ
ที่อยากจะตอบรับใจแทบขาด
แต่เพราะความรู้สึกสับสนในตอนนี้ทำให้เ้ค้าต้องปฏิเสธไป
" ไม่ล่ะ ไว้คราวหน้าดีกว่า ชั้นแต่โทรมาถามเฉยๆ น่ะ "
" แล้วนายจะกลับบ้านเลยใช่มั้ย "
" ใช่ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ ซองมิน "
" อืม.....แล้วเจอกัน " ซองมินตอบเบาๆ พร้อมกับกดวางโทรศัพท์
" นี่ ไม่มีอะไรใช่มั้ย พวกนายดูไม่เหมือนอย่างเคยเลย " คิบอมถามด้วยความกังวล
" ไม่หรอก คงไม่เป็นไร "
" แล้ววันนี้ไม่ได้คุยกันบ้างรึไง "
" วันนี้ดงแฮเค้าไปช่วยงานอาจารย์ข้างนอกน่ะ เลยไม่ได้เจอกัน "
" งั้นหรอ ชั้นว่านายควรจะตัดสินใจได้แล้วนะ จะได้คุยกันซะที อยู่อย่างนี้กันต่อไป มีแต่จะห่างเหินกันเปล่าๆ "
" นั่นสินะ " ซองมินตอบพร้อมกับเหม่อมองไปที่ถนนข้างหน้า..............................
.........................................................................................................................
วันต่อมา............................
" อ๊ะ นี่ นั่นนายจะไปไหนน่ะ "
ชางมินตะโกนถามเมื่อเห็นว่าคยูฮยอนเดินไปอีกทางทั้งๆ
ที่พวกเขาต้องเข้าห้องประชุม
" ไปธุระนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวชั้นกลับมา ฝากกระเป๋าด้วยละกัน "
" นี่ นายจะโดด แล้วไม่พาชั้นไปด้วยรึไง "
" รออยู่นั่นแหละน่า " เขาพูดพร้อมกับรีบวิ่งหลบออกไป.....
-
-
-
-
" อ๊ะ พี่ฮะ วันนี้พี่ก็จะไปด้วยหรอ " ซองมินถามอิทึกที่กำลังเดินออกมาจากห้องอาจารย์พร้อมกับดงแฮ
" อืม วันนี้เวรชั้นน่ะ อ่า ดีนะที่วันนี้ไม่หนาวมาก ออกไปแสดงกลางถนนอย่างนั้น มือไม้แข็งเล่นไม่ออกกันพอดี "
" นั่นสิฮะ นี่รอบหน้าก็ตาผมแล้วด้วย "ซองมินพูดขึ้น
" นายได้ออกไปบ่อยแน่ เพราะรอบหน้าเค้าแบ่งเป็นสองกลุ่มกันแล้ว วิ่งกันวุ่นแน่ " อิทึกพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
" นั่นสิ ตอนชั้นอยู่ปีหนึ่งนะ พอแบ่งเป็นสองกลุ่มทีไร
อีกลุ่มคนไม่ว่างกันก็ต้องวิ่งไปเล่นแทน เหนื่อยชะมัด "
ฮีชอลเริ่มขุดเรื่องราวสมัยปีหนึ่งมาเล่า
" ฮะฮะ ก็สนุกดีนี่ฮะ อยากให้ถึงวันงานเร็วๆ จังน้า คงจะสนุกน่าดู "
" อีกตั้งสองเดือนแน่ะ กว่าจะถึงงานนิทรรศกาลของมหาลัย
ไม่รู้ทำไมจะต้องรีบมาแสดงขายบัตรกันตอนนี้ด้วยนะ " ฮีชอลเริ่มบ่น
" ก็มัวแต่ไปรอให้คนเค้ามาซื้อกันเอง มันช้านี่ฮะ
บางคนเค้าอาจจะไม่รู้ก็ได้ บอกไว้แต่เนิ่นๆ อย่างนี้ก็ดีออก
จะได้ไม่ต้องเรียน คิกคิก "
" ใช่ อีกอย่างเราก็ต้องใช้เงินด้วยนี่นะ ไม่งั้นงานจะยิ่งใหญ่ได้ไง " อิทึกพูดเสริม
" พี่ฮะ เค้าจะไปกันแล้วล่ะ " ดงแฮ ที่ยืนอยู่ข้างๆ พุดขึ้น เมื่อเห็นว่าคนอื่นๆ เริ่มขนของกันแล้ว
" อืมๆ งั้นไปแล้วนะ พวกนายก็ตั้งใจซ้อมกันล่ะ อ้อ ฮีชอล
รอชั้นอยู่ที่โต๊ะเรานะ แล้วค่อยออกไปพร้อมกัน "
อิทึกบอกก่อนจะเดินตามคนที่เหลือไป
ปล่อยให้ดงแฮยืนมองซองมินอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตามออกไป
" เอ้อ รู้แล้วน่า..........." ฮีชอลตะโกนตอบอิทึกก่อนจะหันมาหาซองมิน
" นี่...ยังไม่ได้คุยกันอีกรึไง
" ยังหรอกฮะ ช่วงนี้ก็ยุ่งๆ กันด้วยแหละ ขอโทษนะฮะ ที่ทำให้พวกพี่เป็นห่วง " เขาหันไปมองหน้าฮีชอล
" ไม่หรอกน่า คิดมากไปได้............ อ๋า เมื่อไหร่จะเที่ยงนะเนี่ย
ชั้นหิวจะตายอยู่แล้ว ขี้เกียจซ้อมชะมัด " ฮีชอลเริ่มโอดครวญ ท่าทีของเขา
ทำให้ซองมินเริ่มยิ้มออก
" วันนี้แผนกเราไม่มีเรียนอยู่แล้ว แค่ซ้อมๆ กัน แวบได้อยู่แล้วล่ะฮะ "
" นันสินะ งั้นรีบไปซ้อมให้หมดแรงกันเถอะ จะได้กินได้เยอะๆ ไง ฮ่าๆๆๆ "
ฮีชอลดูอารมณ์ดีขึ้นมาทันที ซองมินทีเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะตามไปด้วย
" อ๊ะ ผมต้องเอาโน๊ตนี่ไปซีร็อกก่อนน่ะฮะ เี่ดี๋ยวคนอื่นๆ จะมาซะก่อน
ผมไปนะฮะ " ซองมินพูดจบก็รีบวิ่งไปที่บันไดทันที
" เอ้อ เร็วๆ เข้าล่ะ นี่มันจะ 10 โมงแล้ว " ฮีชอลตะโกนไล่ตามหลังไป ก่อนจะเดินเ้ขาห้องซ้อมของแผนก
-
-
-
" อ๋า ลืมไปเลยนะเนี่ย ว่าต้องซีร็อกโน๊ตเพลงที่ต้องซ้อม
ถืออยู่กับมือแท้ๆ แย่จริง " ซองมินบ่นไปพร้อมกับวิ่งลงไปตามบันได
จนไปถึงชั้นสอง ทางที่ต้องเดินไปห้องซีร็อกนั้น อยู่ตรงสุดของทางเดิน
และต้องเดินผ่านห้องเก็บเครื่องดนตรีที่ไม่ใช้แล้ว
" วันนี้เงียบจังแฮะ คนในมหาลัยคงเริ่มซ้อมที่จะแสดงในงานกันอยู่แน่เลย "
เขาบ่นพึมพำ จนเดินไปถึงห้องซีร็อก
ซองมินที่กำลังรอให้เครื่องทำงานอยู่นั้น
เริ่มคิดถึงภาพของดงแฮที่มองเค้าด้วยท่าทีเศร้าสร้อยก่อนจะเดินจากไป
" ชั้นควรจะทำยังไงดีนะ " เค้าเริ่มคิด และก็มีอีภาพแทรกเข้ามา คยูฮยอน
ถึงจะไม่อยากทำให้ดงแฮเสียใจ แต่กับคยูฮยอนนั้น
ก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้มากว่าของชิ้นนึง ที่ไม่มีค่าอะไร แต่เค้าไม่แน่ใจ
ว่าตัวเองรู้สึกกับดงแฮยังไงกันแน่
กลัวว่าจะเป็นแค่ความอ่อนแอของตัวเองเท่านั้น จึงทำให้เผลอตัวไป
" นี่ชั้น กำลังทำอะไรอยู่ นายกำลังทำให้คนที่อยู่เคียงข้างนายมาตลอด
กำลังเจ้บปวดนะ อา ชั้นจะทำยังไงดี " ทันใดนั้น
กระดาษแผ่นสุดท้ายก็เลื่อนออกมาพอดี
เสียงของเครื่องทำให้ซองมินสะดุ้งเล็กน้อย
ก่อนที่จะเริ่มรวบรวมชีทโน๊ตเพลงเหล่านั้นขึ้นมากอดไว้
แล้วปิดเครื่องพร้อมกับเดินออกมา
ระหว่างที่กำลังเดินผ่านห้องเก็บเครื่องดนตรีเก่านั้น จู่ๆ
ก็ได้ยินเสียงเปิิดประตู แต่ยังไม่ทันที่จะได้หันไปมอง
ก็โดนคนข้างในฉุดแขนเข้าไปซะก่อน ทำให้กองชีทกระจายเกลื่อนเต็มพื้น
พร้อมกับเสียงประตูปิดดัง ปัง !!!
ซองมินที่กำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะแรงกระชากทำให้เขาเซและคนที่ดึงเขาก็ล้มลงไปด้วยเช่นกัน
" คยูฮยอน !!! " ซองมินเห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน เพราะตัวของเขาโดนคยูฮยอนทับอยู่ เขาพยายามจะลุกแต่ก็โดนคยูฮยอนกดเอาไว้
" นายมาที่นี่ได้ยังไง " ซองมินถามพร้อมกับเอามือดันที่อกของเขาเพื่อไม่ให้หน้าเค้าเข้ามาใกล้เกินไป
" นายไม่คิดจะโทรกลับหาชั้นบ้างรึไง " คยูฮยอนพูดขึ้น พร้อมกับมองหน้าซองมิน
" ทำไมชั้นจะต้องโทรหานาย " เขาพูดพร้อมกับหันไปมองกองกีร์ต้าเก่าๆ ที่วางอยู่บนพรมตรงพื้น
" ทำไมดงแฮถึงไปอยู่ที่ห้องนาย ตอนดึกๆ อย่างนั้น "
" มันไม่เกี่ยวกับนาย นี่ ปล่อยชั้นซะที " เขาพูดพร้อมกับพยายามดันคยูฮยอนออกไป
" นายไม่ชอบชั้นแล้วรึไง " คยูฮยอนถามพร้อมกับสีหน้าเปลี่ยนไป
ทำให้ซองมินแปลกใจที่เห็นเค้าเ็ป็นอย่างนั้น
" นายเป็นอะไรไป " ซองมินถามเมื่อเห็นว่า คยูฮยอน มีท่าทีแปลกๆ ไม่ดึงดัน
และโมโหรุนแรงอย่างเคย แต่เค้าไม่ตอบและยังคงมองหน้าซองมินอยู่อย่างนั้น
" นายคบกับดงแฮแล้วอย่างนั้นหรอ "
" ปะ เปล่านะ แค่........... " เขาหยุดพูด
" มันไม่เกี่ยวอะไรกับนายนี่ ถ้าชั้นจะไปคบใคร
มันเป็นสิทธิ์ของชั้นไม่ใช่รึไง " ซองมินพูดพร้อมกับมองตาของคยูฮยอน
แต่เค้าหลบสายตาก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
"
แต่ชั้นไม่อยากให้นายทำอย่างนั้นนี่ ชั้นอยากให้นายเป็นของชั้นคนเดียว "
ซองมินรู้สึกร้อนไปถึงใบหูเมือ่ได้ยินอย่างนั้น คยูฮยอนเนี่ยนะ
พูดอะไรแบบนี้ ไม่อยากจะเชื่อ เค้าคิดในใจ
" นายพูดอะไรกัน อย่ามา.............."
ทันใดนั้นคยูฮยอนก็ก้มลงมาจูบเขาทันที ซองมินถึงกับตกใจ
เพราะที่นี่เป็นมหาลัย เขาพยายามดิ้น แต่ไม่เป็นผล
คยูฮยอนดูต่างไปมาก เขาจูบซองมินด้วยความนุ่มนวล ไม่เหมือนอย่างเคย
ทำให้ซองมินรู้สึกแปลกใจมาก คยูฮยอนเริ่มกดริมฝีปากลงไป
และจูบอย่างดูดดื่ม ห้องเงียบๆ นั้น ทำให้ได้ยินเสียงหายใจหอบๆ
ของคนทั้งสองได้อย่างชัดเจน คยูฮยอนเริ่มใช้ลิ้นสอดเข้าไป
และมืออีกข้างก็เริ่มขยับไปที่ขอบกางเกงของซองมิน
คยูฮยอนสอดมือเข้าไปสัมผัสใต้ขอบกางเกงนั้น พร้อมกับความหาอะไรบางอย่าง
ทำให้ซองมินขนลุกซู่ แต่จู่ๆ คยูฮยอนก็ต้องตกใจ
เมื่อซองมินผลักเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างแรง
จนคยูฮยอนเซไปชนตู้เก็บของด้านหลัง
"
เลิกทำอย่างนี้ซะที " ซองมินพุดพร้อมกับรีบลุกขึ้นยืน
เขามองไปที่คยูฮยอนที่ยังคงนั่งอยู่ที่พื้น แต่กลับต้องตกใจ
เมื่อเห็นสีหน้าของคยูฮยอน
" นาย...เป็นอะไร " ซองมินถาม
" ขอโทษ จะไม่ทำอีกแล้ว " คยูฮยอนพูดพร้อมกับแสดงสีหน้ารู้สึกผิด
สีหน้าที่ซองมินไม่คิดว่าจะได้เห็นจากคยูฮยอน
เขาแปลกใจที่ไ้ด้ยินอย่างนั้น เพราะไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน
คยูฮยอนมีท่าทีเศร้าๆ และอ่อนแรง พอมองดูดีๆ
คยูฮยอนตอนนี้ก็เหมือนเด็กธรรมดาๆ ที่ชอบเอาแต่ใจเท่านั้นเอง จู่ๆ
ซองมินก็รู้สึกสงสารคยูฮยอนขึ้นมาทันที แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่คยูฮยอนเคยทำ
กลับทำให้ในใจรู้สึกสับสน
" อะ อะไรกัน " ซองมิินพูดก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้คยูฮยอนอยู่ในห้องนั้นเพียงลำพัง..
เขาก้มลงเก็บกองชีทที่กองอยู่เต็มพื้น และหันเข้าไปมองในห้องนั้นอีกครั้ง
คยูฮยอนยังคงนั่งก้มหน้าอยู่ที่เดิม ซองมินจึงรีบเดินจากไป
....เขาวิ่งขึ้นบันไดด้วยความเร็วจนไปถึงชั้น 4
ฮีชอลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง พูดขึ้น
" อ๋าา นายไปซีร็อกถึงประเทศไหนเนี่ย ถึงได้กลับมาช้าอย่างนี้ " เขาบ่น
" ขอโทษทีฮะ พอดีเครื่องมันเป็นอะไรไม่รู้ กว่าจะติดก็ตั้งนาน " เขาพูดโกหกไป
" งั้นหรอ งั้นนายก็เอาชีทไปวางไว้ก่อนเถอะ จะได้ไปหาอะไรกินกัน "
" เอ๋ ไม่ซ้อมแล้วหรอฮะ "
" เจ้าพวกนั้นมันทนรอไม่ไหวน่ะ มันก็ไม่ได้นานอะไรหรอก มันคงจะหิวกันน่ะ
ก็ดีแล้วนี่ชั้นเองก็หิว ไปเถอะ จะได้กลับมาซ้อมซะที "
" ครับ " ซองมินตอบ พร้อมกับเิดินเอาชีทไปเก็บในห้องซ้อมก่อนจะเดินออกมาและไปโรงอาหารกับฮีชอล
-
-
-
-
" นี่ เป็นอะไรของนาย นั่งเอาส้อมจิ้มผักอยู่นั่นแหละ ไม่อร่อยรึไง "
ฮีชอลหันไปถาม ระหว่างที่นั่งอยู่โรงอาหาร กับกลุ่มเพื่อนในคณะ
" อ๋อ เปล่าหรอกฮะ " เขาตอบพร้อมกับก้มหน้าและตักผักชิ้นนั้นเข้าไปในปาก
ตื๊ดดดดดดดดดดด....
" โอ๊ยย อะไรกันนักกันหนาเชียว คนกำลังกินอยู่แท้ๆ " ฮีชอลบ่นอุบพร้อมกับควานหามือถือในกระเป๋าเป้
" ฮัลโหล "
" พี่ฮีชอล ผมเองชีวอน " เสียงในสายดังขึ้น
" ว่างาย ชั้นกินข้าวอยู่จะพูดอะไรก็รีบๆ พูดมา " เขาบอก
" ผมจะโทรมาบอกว่า วันนี้ชมรมเลิกเร็วน่ะฮะ พี่มาซักประมา 4 โมงได้มั้ยครับ "
" อืมๆ พวกชั้นก็ว่าจะเข้าไปประมาณนั้นแหละ เพราะกว่าอิทึกจะกลับเข้ามาก็ช่วงนั้นพอดี "
" งั้นหรอครับ แล้วพี่กินอะไรอยุ่อ่ะ อ๋าาา ผมหิวจังง่ะ " เขาเริ่มอ้อน
" หิวก็ไปกินสิ ใครห้ามไว้รึไง "
" ล้อเล่นน่ะฮะ ผมทานเรียบร้อยแล้ว พี่ฮันคยองเค้าเลี้ยงน่ะฮะ "
" เดี๋ยวนี้คำก็ฮันคยอง สองคำก็ฮันคยอง ชั้นไม่ใช่พี่สุดที่รักของนายอีกต่อไปแล้วใช่มั้ย "
" แหม พี่นี่ล่ะก็ ชอบงอนอยู่เรื่อยเชียว "
" เปล๊า ไม่ได้งอนนี่ "
" งั้นผมไม่กวนแล้วพี่ทานข้าวต่อเถอะฮะ ผมจะไปเรียนแล้ว "
" อืม ตั้งใจเรียนเข้าล่ะ หวัดดี "
" ครับ สวัสดีครับ "
" ใครกันหรอฮะ " ซองมินพุดขึ้น
" ลูกพี่ลูกน้องชั้นน่ะ ที่ชั้นเคยเล่าให้ฟังไง วันนี้ชั้นกับอิทึกต้องไปบ้านเจ้านั่นกัน "
" อ๋อ ชีวอนหรอฮะ ถึงว่า...เพราะผมไม่ได้เห็นพี่ฮีชอลคุยโทรศัพท์กับใครมานานแล้ว "
" ช่วงนี้เจ้านั่นมันเรียนหนัก แถมกิจกรรมชมรมอีกน่ะ เลยไม่ค่อยได้คุยกันเหมือนเมื่อก่อน..."
" งั้นหรอฮะ " ซองมินไม่ถามอะไรอีก
ปล่อยให้ฮีชอลนั่งจัดการกับข้าวในจานต่อไป และคิดขึ้นได้ว่า
ป่านนี้คยูฮยอนจะออกไปรึยัง แล้วจู่ๆ
ซองมินก็นึกถึงใบหน้าของคยูฮยอนที่เห็นเมื่อกี้
" ทำหน้าอย่างนั้นเป็นด้วยรึไงนะ...................."
...........................................................................................................................
" โอ๊ยย เหนื่อยชะมัด " เสียงของอิทึกดังขึ้น เมื่อเดินเข้ามาใกล้โต๊ะประจำของพวกเขา
" แล้วดงแฮล่ะฮะ " ซองมินรีบถามเมื่อเห็นว่าอิทึกเดินมาคนเดียว
" อ๋อ กลับไปแล้วล่ะ ....ไม่ต้องห่วงหรอกน่า
แค่รีบไปทานข้าวกับที่บ้านเท่านั้นเอง "
อิทึกรีบเสริมเมื่อเห็นว่าซองมินมีสีหน้าเป็นกังวล
" อย่างนั้นหรอกหรอฮะ "
" นี่มันยังไม่ทันจะบ่ายสามเลย ทำไมกลับมาเร็วจังอ่ะ " ฮีชอลถามขึ้น
" อ่อ พอดีว่าตั๋วกับคูปองเล่นเกมที่เอาไปขายวันนี้มันหมดเร็วน่ะ
เลยไม่รู้จะอยู่ต่อทำไม เก็บแรงไว้เล่นวันอื่นบ้างสิ "
" งั้นหรอ เออนี่ เจ้าชีวอนมันโทรมาบอกให้เข้าไปประมาณ 4 โมงน่ะ
นายไปหาข้าวกินก่อนไป " ฮีชอลพูดพร้อมกับรับกระเป๋าจากอิทึกมาวางลงข้างๆ
" งั้นหรอ ค่อยยังชั่ว จะได้พักซักหน่อย แล้วพวกนายกินกันแล้วหรอ "
" เรียบร้อยกันหมดแล้วล่ะฮะ "
" อืมๆ ก็ดี ไม่รอกันบ้างเลย " เขาบ่นพึมพำ
" ใครเค้าจะไปรอนายกัน บ่ายแน่ะกว่าจะกลับ พูดมากอยู่ได้ รีบๆ ไปสั่งอะไรมากินซะทีสิ "
" หงุดหงิดอะไรกัน ชั้นบ่นนิดเดียวเอง " อิทึกพูดก่อนจะเดินไป
" พวกพี่นี่พูดดีๆ กันไม่ได้นานเลยจริงๆ นะเนี่ย หึหึ
พี่อิทึกน่าสงสารจริงเชียว " ซองมินพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคัก
" เป็นห่วงเรื่องของตัวเองเถอะน่า " เมื่อได้ยินอย่างนั้น
ซองมินถึงกับเงียบทันที ทำให้ฮีชอลหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความพอใจ
-
-
-
" นี่ มันอยู่ไหนกันนะไอ้สนามบ้าเนี่ย "
ฮีชอลพูดขึ้นหลังจากที่เดินรอบวนไปรอบนึงแล้ว แต่ก็ยังหาจุดหมายไม่เจอ
" ใจเย็นๆ สิ ลองโทรหาชีวอนดูซิ " อิทึกบอก
" แล้วคนในนี้มันไปไหนกันหมดนะ มหาลัยร้างรึไงกัน
แต่จะว่าไปมันก็ใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย " ฮีชอลพึมพำ
พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์ชีวอนและโทรออก
สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่โดนตัดสายทิ้งไป
" อ๊ะ อะไรกัน "
" ทำไมล่ะ มีอะไร " อิทึกหันไปถาม
" เจ้าบ้านี่ มันตัดสายชั้นทิ้งน่ะสิ "
" เอ่อ....รุ่นพี่ของชีวอนใช่มั้ยครับ "
เสียงนึงดังขึ้นมาจากด้านหลังของคนทั้งสอง อิทึกและฮีชอลรีบหันไปมอง
ก็เห็นหนุ่มร่างสูงคนนึงยืนยิ้มให้อยู่
" ฮีชอล กับ อิทึก ใช่มั้ยครับ " ร่างสูงถามซ้ำ
" อ่ะ ใช่ " ฮีชอลตอบกลับไป พร้อมกับนึกในใจว่า เค้าไม่ใช่คนเกาหลีนี่นา เพราะฟังจากสำเนียงมันแปลกๆ
" ผมชื่อ ฮันคยองครับ " ร่างสูงบอกกลับมา เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนมีสีหน้าสงสัย
" ฮันคยอง อ๋อ รุ่นพี่ที่ชมรมของชีวอนใช่มั้ย หวัดดี ชั้นชื่ออิทึก
ส่วนนี่ฮีชอล ลูกพี่ลูกน้องของชีวอน " อิทึกรีบแนะนำตัว
เพราะกลัวจะเสียมารยาท พร้อมกับสะกิดฮีชอลที่ยังยืนเอ๋ออยู่
" ครับ ผมจำได้ ชีวอนเอารูปให้ดูบ่อยๆ ฮีชอลนี่ดูดีกว่าในรูปซะอีกนะครับ "
เขาพูดกับคนทั้งสอง ก่อนจะมองไปทางฮีชอลและยิ้มให้
" อ่ะ อ้อ ขอบใจๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะ " ฮีชอลรีบตอบ
และคิดในใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ดูดีอย่างนี้ ถึงแม้เวลาพูดจะดูแปลกๆ
แต่พอยิ้มแล้วกลับดูเป็นอีกคนไปเลย
" แล้วชีวอนไปไหนล่ะ ทำไมถึงให้นายมารับแทน " อิทึกหันไปถามฮันคยอง
" เค้าแข่งอยู่น่ะครับ พอดีวันนี้ เก็บคะแนนเพื่อคัดตัวนักกีฬานิดหน่อย
เพื่อเอาไปแข่งในกีฬามหาลัยปีนี้น่ะครับ "
" อย่างนั้นหรอ ไม่เห็นเค้าบอกเลย ขอบใจมากนะ ลำบากนายจริงๆ "
" ไม่หรอกครับ อีกอย่างเค้าคงอยากเซอร์ไพรซ์มั้งครับ
ตอนนี้เค้ากำลังเตรียมตัวอยู่ รีบไปกันเถอะครับ " ฮันคยองพูดพร้อมกับ
ทำท่าจะเดินไป อิทึกกับฮีชอลจึงก้าวเท้าตาม
" แล้วนายไม่แข่งกับเค้ารึไง " ฮีชอลพูดขึ้น ระหว่างที่กำลังเดินลัดเลาะไปตามตึก
" อ๋อ ผมเป็นตัวจริงอยู่แล้วน่ะครับ นี่เค้ากำลังคัดคนที่เหลือ
ชีวอนเป็นปีหนึ่งคนเดียวที่ได้รับเลือกให้ทดสอบด้วยนะครับ จริงๆ
แล้วปีหนึ่งยังไม่มีสิทธิ์ ได้รับคัดเลือกหรอก "
เขาพูดพร้อมกับหันมายิ้มให้คนทั้งสอง
" งั้นหรอ " ฮีชอลพูดเบาๆ อิทึกสังเกตุเห็นว่าฮีชอลมีท่าทีแปลกๆ ไป
" ปกติไม่ว่ากับใครก็ไม่เห็นจะเกร็งอย่างนี้นี่นา เป็นอะไรของเค้านะ
ดูสงบเสงี่ยมจริงเชียว " อิทึกคิิดในใจ ทันใดนั้น
ก็ได้ยินเสียงเชียร์ดังลั่นมาจากสนาม
ทำให้คนทั้งสองยกเว้นฮันคยองรีบหันไปมอง และเห็นว่าทั่วทั้งสนามนั้น
เต็มไปด้วยคนดู ทั้งบนอัฒจรรย์ และข้างสนาม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เยอะมากมาย
เท่าที่เห็นก็คงจะเป็นแต่คนในมหาลัยเท่านั้น
แต่ก็ทำให้รู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที
" ถึงว่าสิ ทำไมถึงไม่มีคนอยู่ข้างนอกเลย มารวมกันอยู่นี่หมดนั่นเอง " อิทึกพูดขึ้น
" ไปนั่งตรงนู้นดีกว่า " ฮันคยองพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปตรงแถวที่พักนักกีฬา
คนทั้งสองจึงรีบตามไป ทำให้ฮีชอลสังเกตเห็นว่า
มีการคัดตัวของกีฬาประเภทอื่นนอกจากกระโดดสูงของชีวอนด้วย
" คงจะคัดเฉพาะประเภทกรีฑาสินะ " เขาคิดในใจ
สักพัก คนทั้งสามก็เดินมาถึง ที่พักของนักกีฬา กระโดดสูง
ฮันคยองเชื้อเชิญให้พวกเขานั่งลงที่เก้าอี้ที่เตรียมไว้ให้
แล้วก็ชี้มือให้อิทึกกับฮีชอลมองไปที่สนาม
" นั่นไง ชีวอน " อิทึกพูดขึ้น ทำให้ฮีชอลมองตามไป
เพราะสายตาของเขาไม่ค่อยดี จึงต้องเพ่งนานกว่าปกติ ถึงจะเห็น
" อา จริงด้วย " ฮีชอลพูดเบาๆ
เมื่อเห็นว่าน้องชายตัวเล็กในความทรงจำสมัยก่อน
ตอนนี้ได้กลายเป็นหนุ่มเต็มตัวไปซะแล้ว
ชีวอนยืนวอร์มอัพอยู่ที่ข้างสนาม เขาใส่เสื้อกล้ามสีขาว
พร้อมกับติดป้ายชื่อที่หน้าอก และกางเกงกีฬาพอดีตัวสีดำ
มันสั้นเลยหัวเข่าขึ้นมามาก
ชุดนั้นทำให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงของเขาอย่างชัดเจน
" ไม่หนาวรึไงนะ " เขาพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ในใจนึกขำ
แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจแทนชีวอนที่กำลังคัดเลือกตัว อยู่เหมือนกัน
" เห็นอย่างนี้ก็รู้สึกแปลกๆ นะ เห็นมาตั้งแต่ยังเด็ก ดูสิ
เี๋ดี๋ยวนี้เท่ขึ้นจมเลยนะเนี่ย " อิทึกที่พูดด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้ฮีชอล
เมื่อเห็นชีวอนในแบบที่ไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก
ฮันคยองที่ยืนมองคนทั้งสอง
พร้อมกับอมยิ้มเมื่อเห็นว่าอิทึกและฮีชอลนั้นดูตื่นเต้นซะเหลือเกิน
แล้วเขาก็เห็นฮีชอลโบกมือไปทางชีวอน พร้อมกับยิ้มกว้าง และชูกำปั้นขึ้นมา
และเห็นปากของเขาบอกว่า สู้ๆ ก็ทำให้ฮันคยองหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
ในความน่ารักของฮีชอล .
.............แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงเรียกชื่อของชีวอนดังขึ้น ถึงคิวของเขาแล้ว
ชี
วอนเดินออกไปที่จุดเตรียมพร้อม เขายืนวอร์มอยู่ซักครู่
จนได้ยินเสียงสันญาณ เขาจึงหันมายิ้มให้คนทั้งสอง
พร้อมกับขยิบตา้หนึ่งทีก่อนจะวิ่งออกไป..................................
...............................................................................................................
talk : ฮ่าาๆๆๆ จบไปอีกหนึ่งตอน ขอโทษที่มาอัพช้านะคะ พอดีว่าไม่ไหวจริงๆ ไข้ขึ้นสูงมาก เลยตื่นมาอัพอย่างทีสัญญาไว้ไม่ไหว
ขอบคุณมากนะคะ สำหรับทุกๆคอมเมนท์ นึกว่าจะไม่มีใครชอบซะแล้ว " แฮมิน "
หุห เอาน่ามันก็ต้องลุ้นกันนิดนึงเนาะ เหอๆๆ เอาล่ะค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามน้่าา เมนท์กันเข้ามาขนาดนี้มีความสุขที่ซู๊ดดเลย
อย่างลืมตั้งใจเรียนกันนะคะ เป็นห่วง ไปแล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ
( เหอๆๆ พุดคนเดียวอยู่ได้ตั้งนาน มีคนอ่านที่มะลิแพล่มบ้างมั้ยเนี่ย ฮา )
...มะลิ
ู่