Part [3]
 
 
 
 
 
 
 ....................สองสามนาทีก่อน ผมเพิ่งจะปล่อยให้ตัวเองทำในสิ่งที่แย่ที่สุดที่เคยทำตั้งแต่เกิดมา ......ผม...ขืนใจ? อ่ะ ไม่ใช่สิ มันดูรุนแรงไปหน่อย ผมแค่......ดึงซองมินเข้ามาจูบ......ทั้งที่เค้าไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่ผมทำไปด้วยซ้ำ...........
 
 
     ดวงตากลมโตที่เคยสดใสคู่นั้นดูตกตะลึงเล็กน้อย ตอนแรกผมเองก็คิดว่าเค้าคงจะไม่พอใจและต่อว่าผมอย่างรุนแรง แต่สิ่งที่ซองมินแสดงออกมามันกลับดูตลกและน่ารักไปซะได้
 
     ซองมินตะโกนถามผมเสียงดังด้วยความตกใจ แต่แทนที่จะโกรธหลังจากที่ได้ฟังเหตุผลทั้งหมดที่ผมมี เค้ากลับทำเหมือนกับว่าสิ่งที่ผมเฝ้ากังวลและครุ่นคิดมาตลอดเวลานั้น ดูกลายเป็นเรื่องเล็กกระจ้อยไปกับตา
 
     การที่คนเราพูดในสิ่งที่คิดออกไปได้ง่ายดาย มักจะได้รับผลตอบรับที่ดีกลับมาแบบนี้เสมองั้นรึ อ่า กับคนอื่นคงจะยาก แต่เพราะเป็นซองมิน กับคนที่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ดูจะไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับมิตรภาพอันดีที่ถูกสั่งสมมานานแบบนี้
 
     ที่ผ่านมาผมทำถูกแล้วใช่มั้ย? อย่างน้อยๆ การให้ความสำคัญและจริงใจกับเพื่อนในแบบของเราสองคน มันก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปซะทีเดียว แต่มันกลับเป็นเหมือนบททดสอบซึ่งกันและกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจในกันและกัน และทำให้ความผูกพันธ์นี่ยั่งยืน
 
     คิดไปคิดมาก็คงจะเป็นเหมือนการศึกษากันในอีกรูปแบบนึง ผ่านคำว่าเพื่อน.................
 
     .
 
     .
 
     .
 
     .
 
     .
 
     "คุณแฟนคนใหม่" เสียงเล็กน่ารักดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ผมรีบหันไปมองและเห็นว่ารอยยิ้มน้อยๆ นั้นกำลังดึงผมให้เข้าไปอยู่ในวังวนของความลุ่มหลงอีกครั้ง
 
     "มะ......มาตั้งแต่เมื่อไหร่"
 
     "อืม ก็สักพักแล้วล่ะ แม่นายบอกให้ฉันขึ้นมาได้เลยน่ะ อย่าว่ากันนะ ที่ฉันเข้ามาโดยพละการน่ะ"
 
     "อ่อ ไม่เป็นไร เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่"
 
     ไอ่ความรู้สึกแบบนี้นี่มัน.....................ยอดเยี่ยมที่สุดเลย เราสองคนไม่เหมือนเดิมแล้วจริงๆ หน้ำซ้ำยังดีขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า
 
     เพราะไม่ว่าผมจะทำอะไร เคลื่อนไหวแบบไหน ซองมินก็จะคอยเหลือบมองผมอยู่ตลอด คอยเฝ้าสังเกตุการกระทำของผม แต่ไม่ใช่ว่าผมรู้สึกแย่กับมันหรอกนะ เพราะจริงๆ แล้ว..............ผมเองก็แอบทำอย่างนั้นด้วยเหมือนกัน
 
     วันนี้ทั้งวันเราสองคนตกลงกันว่าจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด เพื่อฉลองการเริ่มต้นใหม่............ไปในทุกที่ที่อยากไป ทำทุกอย่างด้วยกัน เพื่อเก็บความทรงจำเหล่านี้เอาไว้เตือนใจตัวเอง ว่าเราสองคนไม่ได้แค่เพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว
 
     ทุกสิ่งทุกอย่างมันดูสวยงาม ถึงแม้ฟ้าจะครึ้มไปบ้าง และบางทีก็ต้องวิ่งวุ่นกันเพราะจู่ๆ ฝนเจ้ากรรมก็ดันโปรยปรายลงมาซะงั้น แต่ไม่ว่ามันจะวุ่นวายสักเพียงไหน มันก็ยังกลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับพวกเราอยู่ดี
 
     สำหรับผม...........มันเหมือนฝัน ที่ได้คบกับซองมินแบบนี้ สัมผัสของความนุ่มนวลจากมือเล็กๆ ที่ถูกประคองอยู่ในอุ้งมือของผมนั้นมันทำให้ผม........ยิ่งสุขใจ
 
     .
 
     .
 
     .
 
     .
 
     .
 
     .
 
     กาลเวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆ ความทรงจำเกี่ยวกับความสุขที่ผมกำลังได้รับก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ตั้งแต่ซองมินตอบรับความรู้สึกจากผมวันนั้น ผมก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำทุกวันของเราให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้ซองมินต้องกังวลหรือไม่สบายใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่ผมจะสามารถทำให้ได้ ผมก็อยากจะทำ
 
 
     "ตื่นแล้วเหรอ............" เสียงกระซิบบางเบาพูดขึ้น หลังจากที่ผมงัวเงียตื่นขึ้นมา ไม่ว่าจะเวลาไหน ใบหน้าเล็กๆ ของซองมินที่ปรากฎต่อหน้าผมก็จะดูสว่างไสวและน่ามองอยู่เสมอ
 
    "อะ อืม.............นายทำอะไร"
 
    "นายไม่รู้ตัวเหรอ เมื่อกี้ฉันแข้ามาที่ห้องแล้วเห็นนายนอนอยู่ก็เลยปลุกน่ะ แต่นายไม่ยอมตื่นซักทีก็เลยนั่งรอ"
 
    "ปลุกเหรอ?"
 
    "อือ"
 
    "เอ ไม่รู้สิ" ปลุกแบบไหนกัน? คนรู้สึกตัวง่ายอย่างผม แค่สะกิดเบาๆ ก็ตื่นแล้ว แต่เมื่อกี้แทบไม่มีเสียงเรียก หรือรู้สึกว่ามีใครแตะตัวผมด้วยซ้ำ
 
    "งั้นเหรอ........" ซองมินดูจะเซ็งๆ เล็กน้อย เมื่อได้ยินผมบอกอย่างนั้น แต่จะให้ทำไงล่ะ ก็ผมไม่รู้จริงๆ นี่นา ตากลมจ้องมาที่ผมตาเขม็ง พลางเกาหัวแกรกๆ  มันทำให้ผมยิ่งฉงนเข้าไปใหญ่ นี่มันอะไรกันนะ หรือมันเป็นความผิดของผม.............
 
    "เอ่อ........ขอ....โท........อ่ะ อื้ออ.............." สัมผัสนุ่มๆ ที่ทำให้ผมแทบจะหยุดหายใจ กลิ่นหอมจากคนตรงหน้าทำให้ผมเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ที่ไหนในโลกซักที่ที่ไม่เคยได้ไป แต่เท่าที่รู้...........มันสวยงามมากจริงๆ
 
    เกลียวปากเรียวเล็กกำลังจู่โจมผมอยู่ ความนุ่มนวลนั้นเกาะกินไปถึงกลางใจ

    จูบแรก..................ถ้าไม่นับที่ผมล่วงเกินซองมินไปเมื่อตอนนั้น เช้านี้ก็คงจะเป็นจูบแรกที่เย้ายวนใจผมมากที่สุด
 
    .
 
    .
 
    .
 
    .
 
 
    "ยังเลือกไม่ได้อีกเหรอ คยูฮยอน ยืนอยู่นี่มาเกือบชั่วโมงแล้วนะ"
 
    "อ๊ะ โทษที พอดีว่ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาแผ่นไหนดีน่ะ"
 
    "เอ๋ มันก็เกมส์เหมือนกันไม่ใช่รึไง"
 
    "แต่ก็อยากจะเล่นทั้งสองอันนี่"
 
    "อันเดียวก็เล่นให้มันจบก่อนเถอะน่ะ แผ่นที่ซื้อไปคราวก่อนยังเล่นไม่ถึงไหนเลย"
 
    "อา.......นั่นสินะ งั้นก็ไปกันเถอะ"
 
    "อ้าว ไม่ซื้อแล้วเหรอ"
 
    "ไม่เป็นไร กลับไปเล่นแผ่นนั้นให้จบ แล้วคราวหน้ามาซื้อด้วยกันใหม่ก็ได้"
 
 

 
    .................ฝน............ร้อน..............จนถึงใบไม้ผลิ ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ นั้นไม่ได้ทำให้ความรู้สึกว่าการคบกันของเราสองคนดูน่าเบื่อหน่ายเลยแม้สักนิด ผ่านการเปลี่ยนแปลงต่างๆ นาๆ มากมาย จนย่างเข้าสู่เดือนที่ห้าฤดูหนาวเริ่มแสดงให้เห็น และในวันที่หิมะแรกตก ก็ย่างเข้าปลายเดือนพฤศจิกายนเข้าไปแล้ว
 
    ปีใหม่นี้ก็จะถึงวันเกิดซองมิน จนถึงวันนี้ผมยังอดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี เพราะมันเป็นการฉลองวันเกิดด้วยกันครั้งแรกของเราในฐานะแฟน
 
    "นี่ วันเกิดฉันอาทิตย์หน้า นายจะให้อะไรงั้นเหรอ"
 
    "เอ๋!! เล่นมาถามแบบนี้แล้วใครจะไปบอกกันล่ะ"
 
    "อ่า ก็อยากรู้นี่นา"
 
    "เรื่องสิ เดี๋ยวก็ไม่ตื่นเต้นกันพอดี เอาเป็นว่ารออยู่ที่บ้านเฉยๆ ก็พอ แล้วก็เตรียวของกินอร่อยๆ ไว้เลี้ยงฉันด้วยละกัน"
 
   "โด่ ขี้ตืดอ่ะ"
 
   "เอาน่า แล้วจะซื้อเค้กก้อนโตๆ ให้ด้วยเลย"
 
  
 
   อากาศหนาวในช่วงเช้า ทำให้ผมแทบไม่อยากจะลุกขึ้นจากเตียง พื้นที่ข้างนอกหน้าต่างยังคงขาวโพลนด้วยหิมะเหมือนอย่างเคย แต่ความหนาวนั้นกลับดูเหมือนยิ่งทวีคูณมากขึ้นทั้งที่เกือบจะเที่ยงเข้าไปแล้ว ตื่นซะสายโด่งซะขนาดนี้เป็นเพราะเมื่อคืนกว่จะนอนก็ปาเข้าไปตีสี่
 
   สายตาผมเหลือบไปมองที่โต๊ะข้างเตียงด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง ของขวัญที่ผมทะนุถนอมอดหลับอดนอนทำมาหลายอาทิตย์สำเร็จแล้ว
 
   รอยยิ้มสดใสที่เคยได้เห็นมาหลายต่อหลายครั้ง หวังว่าวันนี้มันจะต่างไปนะ................
 
    .
 
    .
 
    .
 
    .
 
    เสียงพูดคุยของคนในรถเมล์ดังขึ้นเป็นระยะ ระหว่างทางที่กำลังจะไปหาซองมิน เม็ดฝนนับใหญ่น้อยแย่งกันพรั่งพรูลงมาไม่ขาดสาย หน้าต่างที่ผมนั่งติดอยู่มัวไปหมดแทบมองไม่เห็นด้านนอก พายุหลงฤดูตั้งเค้าทำให้ฝนตกโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว รู้งี้น่าจะพกร่มติดตัวมาตอนที่แม่เตือนหลังจากดูพยากรอากาศณ์ซะก็ดี
 
   แต่ถึงอยางนั้นก็แอบยิ้มกริ่มในใจ ฝนตกอยางนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะถึงเวลาอย่างนี้ทีไร ซองมินเป็นต้องวิ่งโร่เอาร่มมารอรับผมที่ป้ายทุกครั้ง เห็นอย่างนั้นทุกทีก็อดสุขใจไม่ได้
 
   ................แต่วันนี้ไม่เหมือนอย่างเคย ซองมินไม่ได้มารอผมอย่างที่คิดเอาไว้ ความจริงมันก็ไม่แปลกอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเค้าไม่รับโทรศัพท์ผมทั้งที่โทรไปเกือบสิบหน
 
    เกิดอะไรขึ้น?
 
    สายฝนที่โปรยปรายดูจะหนักข้อขึ้นทุกที ระหว่างที่ผมวิ่งกระหืดกระหอบไปหาซองมิน แถมยังต้องหิ้วเอากล่องเค้กและของขวัญพะรุงพะรังนั้นไปด้วย ผมรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบและเจ็บปวดจากเม็ดฝนเล็กๆ ที่วิ่งผ่านหน้าไปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังไม่หยุดวิ่งและคิดว่าจะต้องไปให้ถึงบ้านของซองมินก่อนเป็นอันดับแรก
 

 
   ................
 
 
   ความกังวลใจเมื่อสักครู่หายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อมองไปเห็นว่าที่หน้าบ้านของซองมินเปิดไฟสว่างไสวเหมือนปกติ แถมคนน่ารักของผมก็ออกมารออยู่หน้าประตูรั้วเรียบร้อยแล้ว แต่น่าแปลก.................ทั้งที่ฝนตกหนัก แต่ทำไมถึงต้องยอมเปียกฝนยืนรอผมอยู่นอกบ้านอย่างนั้น ผมชะลอฝีเท้าเล็กน้อย เพื่อให้แน่ใจว่าซองมินจะยังไม่เห็นผม แต่ในตอนที่ผมกำลังจะร้องเรียกชื่อเค้า กลับมีเสียงคุ้นหูดังขึ้้นตัดหน้าไปซะก่อน น้ำเสียงที่ฟังดูร้อนรนและดังกร้าวนั้นทำให้ผมนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ
 
   ร่างเล็กๆ ของซองมินหันขวับไปยังเสียงนั้นก่อนจะรีบดันตัวเองผลักเอารั้วนั้นเปิดออกกว้าง แต่ไม่ทันที่จะได้ออกมา ก็กลับมีมือคู่นึงเอื้อมมารั้งตัวเขาเข้าไปกอดไว้ซะก่อน
 
   "ซองมิน!! ฟังผมก่อน"
 
    แสงไฟสลัวจากหน้าบ้านสาดไปยังร่างสองร่างนั้นจนทำให้เห็นสีหน้าคนของทั้งสองอย่างชัดเจน และใบหน้าของผู้ชายอีกคนที่ปรากฏขึ้นนั้นทำให้ผมรู้สึกร้อนวาบไปถึงข้างใน ถึงแม้อากาศจะเย็นและมือทั้งสองข้างของผมก็เริ่มชา แต่ในตัวผมกลับดูปั่นป่วนเมื่อเห็นว่าซองมินกำลังอยู่กับคนคนนั้น
 
   "ปล่อยฉันนะ ชีวอน!! เลิกมายุ่งวุ่นวายกับฉันซะที"
 
   "ไม่นะ อย่าทำอย่างนี้สิ ผมรักคุณนะ"
 
   "แต่ฉันไม่ นายยังมีหน้ากลับมาพูดคำคำนี้กับฉันได้อีกเหรอ ทั้งที่เคยทำเรื่องอย่างนั้นเอาไว้"
 
   "ผมถึงได้มาขอโทษ ได้โปรด.........ยกโทษให้ผมเถอะนะ"
 
   "นาย....................ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ"
 
   "ซองมิน ขอร้องล่ะ ผมขาดคุณไม่ได้ แม้สักวินาทีก็ทำไม่ได้ กลับไปอยู่กับผมเถอะนะ..........กลับไปเป็นเหมือนอย่างเคย"
 
   "ฉันทำไม่ได้ ฉันทำไม่ได้............เรื่องแบบนั้น........."
 
   "ซองมิน.........................................ผมขอร้องล่ะ..................................."
 
   หลังจากประโยคนั้น ผมเห็นซองมินนิ่งเงียบไปพักนึง ร่างเล็กๆ ที่ถูกสวมกอดเอาไว้ด้วยอ้อมแขนอันแข็งแรงแบบนั้น...............เค้าจะรู้สึกยังไงนะ
 
   ใบหน้าที่เคยสดใสตอนนี้กลับถูกบดบังด้วยหยาดฝนที่กลบเกลื่อนรอยน้ำตาเอาไว้ สีหน้าเป็นทุกข์ถูกปลดปล่อยออกมาราวกับว่าจะไม่มีวันหายไป คนทั้งสองนิ่งเงียบอยู่นาน แต่ถึงอย่างนั้น..........ก็ยังไม่มีใครสังเกตเห็นผมอยู่ดี
 
    ...........ไม่ช้า มือเรียวเล็กที่ผมเคยได้สัมผัสอยู่เป็นประจำก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาดันตัวคนตรงหน้าออกด้วยแรงอันน้อยนิดอีกครั้ง ก่อนคนทั้งคู่จะสบตากัน และก็เหมือนเดิม.................
 
    ซองมินไม่อาจยับยั้งชีวอนเอาไว้ได้ ใบหน้าที่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เมื่อครู่ถึงกับปล่อยโฮออกมา ร่างเล็กๆ สั่นเทิ้มราวลูกนกที่อ่อนแรง และฉากเบื้องหน้านั้น.............กลายเป็นสิ่งที่ผมไม่อาจคาดการได้อีกต่อไป
 
    การที่ได้เห็นคนรักของตัวเองถูกสัมผัสด้วยน้ำมือของคนอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ยากจะรับไหว ความรู้สึกไม่พอใจมันอัดแน่นขึ้นมาจนแทบล้น ความคิดที่ว่าอยากจะวิ่งไปกระชากคอเสื้อเพื่อนเก่าคนนั้นออกมาตะบันหน้ามันให้เละ วิ่งวนไปมาอยู่ในหัว แต่ถึงอย่างนั้น............ผมก็ได้แค่คิด.............แม้แค่จะก้าวเท้าซักก้าวยังไม่มีปัญญาด้วยซ้ำ
 
    ผมไม่มีทางยับยั้งสิ่งที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป เพราะสิ่งที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้ไม่ว่าใครมาเห็นเข้าก็คงจะรู้สึกได้ แม้แต่ไอ้โง่อย่างผมก็น่าจะเข้าใจ การที่คนทั้งคู่สวมกอดตอบรับซึ่งกันและกัน แค่นี้ก็คงจะบอกได้แล้วถึงการตัดสินใจของซองมิน
 
    เสียงตุ้บดังขึ้นทำให้คนทั้งคู่รีบหันมา มือเจ้ากำที่เอาแต่สั่นจนทำให้กล่องเค้กและของขวัญในมือถึงกับร่วงลงพื้น ใบหน้าของซองมินดูซีดเผือดไปทันทีเมื่อเห็นผม ในใจคงคิดว่าผมน่าจะแสดงท่าทีโมโหอะไรออกไปบ้าง แต่ในตอนนั้นผมกลับทำได้แค่เพียงก้มลงไปหยิบกล่องของขวัญขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
 
    ขาทั้งสองของผมก้าวออกไปหาคนทั้งสองเอาดื้อๆ ทั้งที่ใจจริงแล้วผมอยากจะวิ่งออกไปจากตรงนั้นให้พ้นๆ ผมได้แต่ก้มหน้ามองดูห่อกระดาษของขวัญสีหวานที่เริ่มจะเปื่อยยุ่ย จนทำให้ชิ้นส่วนของสิ่งที่ถูกห่ออยู่ข้างในเริ่มเผยอกมาให้เห็น สองเท้าหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนทั้งสองพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ผมพยายามอย่างสุดกำลังที่จะเค้นมันออกมาให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็ยังอยากจะให้ซองมินเห็นว่าผมยิ้ม เห็นว่าผมไม่เป็นอะไร....................มันน่าจะดีกว่า ที่ผมจะจากไปโดยไม่มีเยื่อใยแบบนั้น
 
   "สุขสันต์วันเกิด"

   ผมยื่นห่อของให้ซองมินในใจหวังไว้เต็มเปี่ยมว่าเค้าจะรับมันไป มือเล็กๆ นั้นค่อยยื่นออกมาและรับเอาของขวัญจากผมไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน แต่เป็นรอยยิ้ม................แบบที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นในวันนี้
 
   .............วันสุดท้าย กับร่างกายที่เปียกปอน...............
 
    .
 
    .
 
    .
 
    .
 
    .
 
    .
 
    .
 
    .
 
    .
 
   
......วันที่ฝนพรำ.....เหตุการณ์ก็ยังคงซ้ำรอยเดิม...........

 
      คราบน้ำตาที่หยาดรินบนใบหน้าอันไร้ซึ่งความรู้สึก เช้านี้ผมตื่นมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงพรำของสายฝนนอกหน้าต่าง ผ่านมาเกือบหนึ่งอาทิตย์ นับจากวันนั้น..............
 
    "คยูฮยอน!! คยูฮยอน ลงมาข้างล่างหน่อยสิ" เสียงร้องเรียกที่ฟังดูสดใสของแม่ดังขึ้นจากชั้นล่าง ผมรีบปาดน้ำตาที่ดูจะแห้งไปแล้วออกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะค่อยดันตัวลุกขึ้นจากเตียง
 
    "มีอะไรเหรอฮะ"
 
    "มีของมาส่งแน่ะ รีบมาเอาไปสิ แม่จะออกไปตลาด ลูกจะเอาอะไรมั้ย"
 
    "พายุเข้าอย่างนี้เนี่ยนะฮะ"
 
    "ก็ใช่น่ะสิ ขนาดไปรษณีย์ยังไม่หยุดเลย แล้วแม่จะหยุดได้ไง ไม่มีข้าวกินไม่รู้ด้วยนะ"
 
    "อ่า....ครับๆ งั้นก็รีบไปเถอะ"
 
 
    ..........เสียงประตูปิดตามหลังแม่ไปได้สักพัก ผมถึงได้รู้สึกตัวหยิบเอาห่อของที่ได้รับมาจากแม่แล้วพาตัวเองไปนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก
 
    ในใจแทบไม่ได้คิดถึงสิ่งที่อยู่ในมือด้วยซ้ำ ถ้าหากไม่เหลือบไปเห็นชื่อคนส่งเข้าซะก่อน ผมคงจะปล่อยมันวางไว้ในมืออย่างนั้นแล้วหลับไปเลยก็เป็นได้
 
     เพียงแค่เห็นชื่อเท่านั้น มือของผมทั้งสองข้างก็รีบกุลีกุจอแกะห่อกระดาษนั้นออกอย่างรวดเร็ว แต่เมื่่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน หัวใจของผมก็แทบร่วงลงไปกองอยู่แทบเท้า สมุดบันทึกปกแข็งเล่มหนาถูกส่งกลับมาในห่อของขวัญสวยงาม ไม่ผิดไปจากตอนที่ผมยื่นมันให้ซองมินเลยสักนิด
 
    เพื่อนยาก...............ในที่สุดเค้าก็ไม่ต้องการนายเหรอเนี่ย
 
    น้ำตาที่คิดว่าจะผุดล้นออกมากลับกลายเป็นว่าต้องกลั้นเอาไว้อย่างสุดกำลัง เรื่องแค่นี้เองน่า...........อย่าแสดงความอ่อนแอออกมาอีกจะได้มั้ย อยากร้องก็ปล่อยให้ร้องอยู่ข้างในไปนั่นแหละดีแล้ว
 
     ตั้งแต่แรกแล้วผมเองก็ไม่ได้คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น เพียงแค่ได้คบกัน.....แค่นั้นมันก็เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายสำหรับผมแล้ว แม้สักครั้งผมก็ไม่เคยถามเกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างซองมินและชีวอน เพราะดูเหมือนว่าซองมินเองก็ไม่ได้อยากจะพูดถึงเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ผมเองก็ไม่อยากจะไปตอกย้ำความรู้สึกเค้า ผมถึงได้อยากจะสร้างความทรงจำใหม่ๆ สาระพัดเรื่องดีดีที่ผมพอจะทำให้ได้ เพียงเพื่อให้เค้ารู้สึกดีขึ้นกว่าที่เคย ถึงแม้ในบางสิ่งผมอาจจะให้ได้ไม่เท่ากับที่ชีวอนเคยให้เค้าก็ตาม
 
     ใบหน้าผมเริ่มร้อน และน้ำตาที่เริ่มรื้นนั้นทำให้ผมมองเห็นปกหนังสือไม่ค่อยชัด แต่ถึงอย่างนั้นก็จำได้ดีว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร ก็ผมเป็นคนทำมันเองกับมือนี่นา ของขวัญวันเกิดที่ผมต้องการจะมอบให้กับคนรักที่เป็นรักแรกและรักเดียวของผมคนนี้
 
      ผมใส่ความทรงจำของเราสองคนเอาไว้มากมาย รูปถ่ายใบเล็กๆ ที่ผมตั้งใจแปะมันลงไปบนหน้ากระดาษ เฝ้าเขียนถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรูปนั้นตั้งแต่เดตแรก และบอกเล่าถึงความรู้สึกในตอนนั้นออกไป ทำมันอยู่อย่างนั้นจนสมุดที่เคยว่างเปล่าแปรเปลี่ยนเป็นความทรงจำที่มีค่า หวังว่าคนที่ได้มันไปจะเข้าใจถึงเจตนานั้นและทะนุถนอมสิ่งนี้ตลอดไป
 
      มาวันนี้ของขวัญชิ้นนั้นได้ถูกส่งกลับคืนมา ทำให้ผมเข้าใจแล้วว่ามันไม่ได้มีค่าหรือมีความสลักสำคัญและจำเป็นอีกต่อไป.......................
 
     การจากลาที่ผมพยายามจะหลีกหนี ถึงแม้ตลอดมาผมจะเตรียมใจเอาไว้เสมอเกี่ยวกับเรื่องนี้ เคยคิดง่ายๆ ว่าน่าจะลืมได้ แต่เมื่อการสิ้นสุดของผมกับซองมินมาถึงเข้าจริงๆ แม้แต่ในความฝันผมก็ยังไม่สามารถตัดขาดจากเค้าได้เลย
 
    ผมเปิดดูสมุดบันทึกในมือผ่านไปหน้าแล้วหน้าเล่า มองดูรูปภาพที่อยู่ในนั้นด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ความอดทนของผมหมดสิ้นลงแล้ว....หยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาจนเกินขีดจำกัดเริ่มรินไหลผ่านใบหน้าซีดเซียวของผม เสียงสะอื้นดังขึ้นจากหัวใจที่แทบไม่เหลือความหวังจากสิ่งใดแล้วเช่นกัน
 
    หยดน้ำตาแวววาวร่วงหล่นลงทันทีเมื่อผมเปิดสมุดบันทึกมาจนถึงหน้าสุดท้าย...............แม้จะมองไม่ค่อยชัด แต่ผมก็จำได้ดีว่ารูปและข้อความในภาพนั้นเป็นอย่างไร จำได้แทบทุกตัวอักษรที่ผมบรรจงเขียนลงไปในคืนนั้น.............
 
    รูปถ่ายใบแรก..................ที่ผมแอบถ่ายเอาไว้ หลังจากที่รู้ตัวมาได้สักพักว่าตัวเองชอบซองมินมากแค่ไหน มันเป็นรูปตอนที่เรายังเรียนมัธยมต้น ซองมินเผลอหลับในชั่วโมงเรียนหลังจากคาบพละ ผมเห็นว่าน่ารักดีเลยใช้มือถือถ่ายเก็บเอาไว้ ใบหน้าของเขาในตอนนั้นดูมีความสุขและไร้เดียงสา....................
 
 
 
 
   ..............คุณคือฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงของผม.........ขอบคุณมากจริงๆ.....................ผมรักคุณ...............
 
 

 
   ข้อความใต้ภาพที่ผมนั่งกลั่นกรองถ้อยคำอยู่ตลอดทั้งคืน กว่าจะขีดเขียนมันออกมาเป็นตัวหนังสือได้แต่ละคำ มันยากแสนยากซะยิ่งกว่าตอนสะกดชื่อตัวเองครั้งแรกเมื่อยังเรียนชั้นอนุบาล
 
   หวังว่านายจะเปิดอ่านมันซักครั้ง...................................
 
   ถ้าฉันแค่จะหวังเล็กๆ อย่างนั้น....ได้มั้ยนะ? แต่ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง คำตอบที่ได้รับมันก็ถูกส่งมาให้ถึงที่อยู่แล้ว อ่าน......รึไม่อ่าน............ไม่ว่าแบบไหนก็คงจะไม่ต่างกัน ในเมื่อเค้าไม่ได้เลือกผม
 
   "ฟ้าฝนก็ช่างเป็นใจซะเหลือเกิน"
 
   ในใจที่ว้าวุ่นทำให้ผมไม่ได้สนใจถึงความเปลี่ยนแปลงในหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกเล่มนั้น ดวงตาของผมยังคงปล่อยให้หยาดน้ำใสๆ นั้นรินไหลรดลงมาอย่างต่อเนื่อง กว่าจะรู้สึกตัว......กระดาษในหน้านั้นก็แทบจะเปียกไปซะแล้ว ด้วยความตกใจผมจึงรีบคว้าเอากระดาษทิชชู่บนโต๊ะด้านหน้ามาซับเอาไว้อย่างรีบร้อน ถึงจะเสียใจแค่ไหน แต่ก็ผมก็จะไม่มีวันยอมให้สมุดบันทึกเล่มนี้เป็นอะไรไปอย่างเด็ดขาด แล้วทันใดนั้น............ผมก็เห็น...............................
 
    ตัวหนังสือจากหมึกปากกาสีชมพูในบรรทัดสุดท้ายนั้นทำให้ผมเอะใจเล็กน้อย  รอยหมึกดูจะซึมไปนิดหน่อยแต่ผมก็พยายามที่จะเพ่งสายตาเพื่ออ่านมัน
 
 
 

 
    ..................เรื่องของเราเป็นยิ่งกว่าความฝัน ขอบคุณที่มอบความรักอันยิ่งใหญ่ให้แก่กัน..................
 
........ฉันก็รักเธอ........
 
 
 
 
 
 
    ก๊อก ก๊อก ก๊อก..........
 
 
    ยังไม่ทันที่ผมจะได้ซึมซับกับความรู้สึกนั้น ความงุนงงก็ผุดขึ้นในใจ.........นี่มันอะไรกัน?...........สองเท้าของผมรีบก้าวอย่างไวเพื่อที่จะเดินไปเปิดประตูบ้าน เพราะคิดว่าแม่คงกลับมาแล้ว แต่สายตาของผมยังคงจดจ้องไปที่สมุดบันทึกเล่มนั้นด้วยความแปลกใจ
 
    "กลับมาแล้วเหรอฮะ"
 
    "คยูฮยอน....................."
 
    "............ซอ...ง....มิ.......น"
 
    "อ๋า ฉันไม่รู้ว่าจะเลือกยังไงดี ฝนก็ตกเอาๆ ไม่ยอมหยุด พอถามใครเค้าก็เอาแต่ตอบว่า เวลามาง้อแฟน ก็ต้องเลือกของที่เค้าชอบเป็นพิเศษมาง้อ ฉันไม่รู้จะทำยังไงดีเลยเนี่ย............."
 
    "..ดะ........เดี๋ยว............."
 
    "นายรู้มั้ย ว่าฉันไปยืนอยู่ที่ร้านนั้นเป็นชั่วโมงๆ จนเจ้าของร้านเค้ามายืนจ้องฉันตาเขม็ง เจ้าของร้านเลยนะ เจ้าของร้านเองเลย ไอ้ฉันก็เลยยิ่งทำอะไรไม่ถูก พอรู้สึกตัวอีกทีก็ยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์จ่ายตังค์ค่าแผ่นเกมส์สองแผ่นนี่มาซะแล้ว"
 
    "ซะ....ซอง......"
 
    "ก็แหม ขนาดนายเองยังเลือกไม่ถูกเลยใช่มั้ยล่า แล้วอย่างฉันคงยิ่งแล้วไปใหญ่ สุดท้ายก็ได้นี่มา.........สรุปแล้วก็เอาไปทั้งสองแผ่นเลยละกัน"
 
    "ทะ......ทำอะไรของนายเนี่ย!!"
 
    "เอ๋"
 
    "เปียกหมดแล้ว มาถึงก็เอาแต่พูดๆๆ อยู่ได้ ไม่หนาวรึไง"
 
    "อ่า จริงสินะ ฉันเองก็ลืมไปเลย"
 
    "นายนี่มัน.................................."
 
 
 
 
 
 
    -
 
 
 
 

 
    "คะ............คยูฮยอน..........นี่มันหน้าบ้านนะ"
 
    "ขอโทษนะ..............แต่ตอนนี้ฉันอยากจะกอดนายเอาไว้แบบนี้.........ไม่ได้เหรอ?"
 
    "....อะ....ดะ ได้สิ..............."
 
    "เกิดอะไรขึ้น นี่นายร้องไห้เหรอเนี่ย นี่ ไม่เอาน่า นิ่งซะ...นิ่งซะน้าาาา.............ฉันไม่ไปไหนหรอก............."
 
    "ฉันรักนาย"
 
    "ห๊ะ.........อ่าา....อ่า........ฉะ...ฉันก็รัก............"
 
    "แล้วชีวอน?"
 
    ".............เรื่องนั้น มันจบไปแล้วล่ะ ฉันคงทำในสิ่งที่เค้าต้องการไม่ได้หรอก"
 
    "เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ"
 
    "ขอโทษนะ ที่ฉันไม่เคยเล่าให้นายฟัง ฉันกลัวว่ามันจะไปทำร้ายจิตใจนายเข้าน่ะ"
 
    "เปล่าหรอกฉันต่างหากที่ไม่กล้าถาม กลัวนายจะคิดมาก"
 
    "คิก เราสองคนนี่เหมือนกันจริงๆ ด้วยเนอะ.............คืออย่างนี้ เหตุผลที่ฉันเลิกกับชีวอนน่ะ มันเป็นเพราะ..............ความจริงคือเค้ามีแฟนอยู่แล้วน่ะ แล้วก็กำลังจะหมั้นกัน"
 
    "หมั้น?"
 
    "อื้อ เรื่องมันก็เป็นอย่างนั้น ฉันก็เลยเป็นฝ่ายถอนตัวออกมา ส่วนเรื่องวันนั้น............ที่ชีวอนมาที่บ้าน เค้ามาเพื่อขอให้ฉันกลับไปคืนดีกับเค้า................แต่ในฐานะ..........คนรักลับๆ น่ะ................"
 
    "นี่มันอะไรกัน ถึงกับกล้าทำแบบนั้นกับนายเลยเหรอ......"
 
    "นี่ อย่าใส่ใจเลยนะ วันนี้ฉันมาเพื่อพูดเรื่องของเราต่างหาก ขอโทษจริงๆ นะ เรื่องวันนั้น ฉันไม่มีโอกาสได้บอกนายด้วยตัวเอง ฉันอยากจะโทรมานะ แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่ามาเองน่าจะดีกว่า ตอนนี้ฉันเคลียร์เรื่องระหว่างฉันกับชีวอนเรียบร้อยแล้ว ถึงได้มาอธิบายเรื่องนี้ช้าแบบเนี้ย หวังว่านาย............จะ....ยกโทษให้ฉัน.....นะ......."
 
    "บ้ารึไง................จนถึงตอนนี้.......ฉันยังไม่คิดว่าตัวเองจะโกรธนายลงหรอก.................."
 
    "คิก.......ขอบคุณนะคยูฮยอน นายเนี่ย......เป็นแฟนที่น่ารักที่สุดเลย"
 
    
 
 
......วันที่ฝนพรำ................

 
      เสียงอันไพเราะจากสายฝนที่ไหลรินกระทบกับพื้นสนาม เช้านี้ผมตื่นมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงพรำของสายฝนนอกหน้าต่างพร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ นับจากวันนั้น.................
 
 
 
ผมกับซองมินยังคงรักกัน...................และความรักนั้น................ถูกเติมเต็มมากขึ้นกว่าเดิม
 


    
 
 
 
 
-- END --
 
 
 
 
 
 
[KyuMin]﹎☂﹎Andante...。...ใต้ระบำเม็ดฝน﹎☂﹎❤
 
 
 
 
 
 
 
Credit : MaLi137
 *บทความในบล็อคนี้สามารถเผยแพร่ได้ แต่ไม่อนุญาตให้ขโมยนะคะ ^^

....................................................................................................................................
 
มะลิ : ขอบคุณที่ตามอ่านกันจนถึงตอนจบนี้นะคะ ยังไงก็เป็นฟิคสั้นประเดิมบล็อค
สำหรับทุกคนที่แวะมาเยี่ยมชม ขอบคุณจริงๆ ค่ะ